ผ่านไปสิบนาที อันเอินใส่หน้ากากอนามัยมาโผล่ที่ร้านหมีเสวี่ยแห่งหนึ่ง
ถึงตอนนี้ก็ต้องมีคนถามแล้วล่ะ
ซูเฮ้อเล้งนึกว่าแกเป็นผู้หญิง แกยังกล้าไปเจอตัวจริงอีกเหรอ?
ไม่!
อันเอินมาในฐานะคนเดินถนนธรรมดา รอให้ซูเฮ้อเล้งมาตามนัด เขาจะดูอยู่ไกล ๆ พอเห็นหน้าแล้วก็วิ่งหนี
ช่วงเที่ยงคนในร้านน้อยมาก สองโต๊ะว่างไม่มีคนนั่ง มีแค่คู่รักคู่หนึ่งบนโซฟา
อันเอินเดินไปที่เคาน์เตอร์สั่ง สั่งชานมไข่มุกไปแก้วหนึ่งแบบมั่ว ๆ
เพิ่งจ่ายเงินเสร็จ ก็มีเสียงโซ่โลหะกระทบกันดังมาจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงหนุ่มหล่อที่ฟังดีจนแทบละลาย ใสราวกับบีบน้ำได้ "น้ำมะนาวสองแก้ว"
"!!"
เสียงนี้ฟังดีขนาดไหนน่ะเหรอ คือคนที่ชอบฟังเสียงได้ยินแล้วคงลอยขึ้นสวรรค์ทันที ร้องว่า 'ผัวจ๋า หนูได้' ณ จุดนั้นเลย ส่วนอันเอินที่ไม่ใช่คนชอบฟังเสียงแบบสุดโต่ง ตอนนี้ก็ยังมึนงง เหมือนลอยได้
ซูเฮ้อเล้งไม่เคยส่งข้อความเสียงให้เขาเลย แต่สัญชาตญาณของอันเอินบอกว่าคนข้างหลังคือซูเฮ้อเล้ง
แค่เขาหันกลับไปตอนนี้ ก็จะได้เห็นหน้าจริงของซูเฮ้อเล้ง!
แค่เขามองแวบเดียว ก็ตัดสินใจได้ว่าจะฝืนทำหน้าด้านฝึกต่อไหม! หรือจะเลิกเลยกับไอ้หนุ่มเล้งเซ่าเพี้ยน ๆ ปัญญานิ่มคนนี้
อันเอินขี้ขลาดไม่กล้าหันหลัง จ้องตาพนังงานแคชเชียร์เขม็ง อยากแยกแยะหน้าตาซูเฮ้อเล้งจากรูม่านตากับสีหน้าของเธอ
"ทั้งหมด ทั้งหมดแปด แปดหยวนค่ะ" คุณพนังงานแคชเชียร์สาวพอเห็นซูเฮ้อเล้งก็ตัวสั่นพูดติดอ่าง
เสียงโซ่กระทบกันอีกครั้ง อันเอินรู้สึกถึงเงาทะมืนมาคลุมตัว คนข้างหลังก้าวขึ้นมายืนข้าง ๆ อันเอิน
อันเอินใช้หางตามอง เห็นแค่ว่าผู้ชายคนนี้สูงมาก ใส่ชุดดำทั้งตัว นิ้วที่ถือมือถือเรียวยาว นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วก้อยมีแหวนเงินเรียบๆสวมอยู่
ผู้ชายคนนี้กำลังง่วนกับไอโฟนอยู่ ตั้งนานก็ยังไม่เปิดรหัสจ่ายเงินขึ้นมา
ชานมของอันเอินทำเสร็จแล้ว พนังงานร้านยื่นถุงให้เขาด้วยสองมือ
อันเอินพยักหน้าขอบคุณ พอกำถุงไว้ ในที่สุดก็รวบรวมความกล้ามองไปที่หน้าผู้ชายข้าง ๆ
หัวใจหยุดเต้น แทบเป็นลมหน้าคะมำไปตรงนั้น
แม่จ้าว!
นั่นคือใบหน้าด้านข้างที่ไม่มีอะไรให้ติเลย กรอบหน้าคมจนใช้ตัดกระดาษได้ ชัดเจนยิ่งกว่าแผนชีวิตของอันเอินอีก จมูกนั่น ฟ้าถล่มเมื่อไหร่เขาแค่เชิดหัว ส่วนปลายจมูกก็เอาฟ้ากลับขึ้นไปช่วยโลกได้เลย! ริมฝีปากนั่น มุมปากโค้งลงเล็กน้อย คมเข้มนิดนึง แต่เนื้อริมฝีปากอูม ๆ ดันมีความน่ารักแบบขัดแย้ง ทำให้คนอยากงับสักคำ
เกินต้านทานสำหรับคนรักหน้าตาชัด ๆ—
ว้าว...ว้าว...
"ช่างเหอะ เอาแก้วเดียวแล้วกัน" เสียงหนุ่มหล่อดังขึ้นอีกครั้ง
อันเอินมองจนตาค้าง น้ำลายที่มุมปากแทบไหล
ถ้าเขาท้องได้นะ อนาคตลูกของเขากับคุณเล้งเซ่าควรชื่ออะไรดี?
ควรใช้นามสกุลซู หรือสกุลอันดีนะ
เฮ้อ มีสองคนเลยดีกว่า คนนึงสกุลซู คนนึงสกุลอัน แฟร์ ๆ
น้ำมะนาวจากสองแก้วเปลี่ยนเป็นหนึ่งแก้ว คุณแคชเชียร์จัดการเสร็จก็บอกว่า "สี่ สี่หยวน"
ซูเฮ้อเล้งว่า "ผมขอจ่ายสองครั้งนะ วีแชทสามหยวนเจ็ด อัลฟาเพย์สแกนอีกสามเหมา"
แคชเชียร์: "......"
อันเอิน: "(☆▽☆)"
เขาคิดเลขเป็นด้วยแฮะ สามหยวนเจ็ดเหมาบวกสามเหมาเท่ากับสี่หยวน คณิตศาสตร์ยากขนาดนี้ยังตอบสนองได้เร็วทันใจ สมกับเป็นแฟนของอันเอินจริง ๆ
คุณพนังงานแคชเชียร์สาวฝืนใจร่วมมือกับซูเฮ้อเล้งแบ่งจ่ายค่าน้ำมะนาวสองครั้ง
อันเอินตาพราวดาวอีกครั้ง
ผู้ชายที่มีเงินในกระเป๋าแค่สี่หยวน แต่กลับยอมโอนไปห้าหยวนให้พี่น้องคลายทุกข์ร้อน ใจถึงและมีความรับผิดชอบขนาดไหน เป็นผู้ชายดี ๆ ที่หาได้ยากในโลกจริง ๆ!
อันเอินคิดไป มือถือก็ดัง
เขาชำเลืองดูหน้าจอมือถือ เป็นข้อความวีแชทหนึ่งข้อความ
เล้งเซ่า/.:【ที่รัก.ผัวมาถึงแล้ว.สั่งน้ำให้เธอแล้ว.】
ที่แท้น้ำมะนาวแก้วเดียวนี้ก็ให้เขาด้วยเหรอ?
ผู้ชายจะรักคุณไหม ไม่ใช่วัดจากที่เขาทุ่มเงินให้คุณเท่าไหร่ แต่วัดจากที่เขามีในมือเท่าไหร่ และยอมทุ่มให้คุณเท่าไหร่
ซูเฮ้อเล้งมีเงินสี่หยวน แต่ยอมควักให้อันเอินถึงสี่หยวนห้าเหมาสอง
เรื่องนี้ถ้าลงเสี่ยวหงชู คงมีคนมาชมเป็นร้อยชั้นคอมเมนต์
"ที่รัก?"
ระหว่างที่อันเอินกำลังจมอยู่กับโลกจินตนาการ หัวของซูเฮ้อเล้งก็หันมาตอนไหนไม่รู้ นิ้วที่เล่นมือถือก็หยุดลง
หัวใจของอันเอินที่เมื่อกี้ถูกหน้าด้านข้างหล่อจนหยุดเต้นกลับมาเต้นอีกครั้ง
'ตึบ ตึบตึบตึบ ตึบตึบตึบ ตึบ'
เป็นจังหวะมาก
สิ่งที่จะเอาชนะหน้าด้านข้างของซูเฮ้อเล้งได้ ก็คือหน้าตรงของซูเฮ้อเล้งนี่แหละ
ผมเขาค่อนข้างยาว ผมหน้าม้าปิดตาครึ่งนึง แต่ไม่ดูรุงรัง กลับทำให้เขาดูมีเสน่ห์น่าค้นหา
สองคนสบตากันในร้านหมีเสวี่ย อันเอินคิดว่า ใส่หน้ากากอนามัยยังจำเขาได้อีกเหรอ? รักเขาขนาดนี้เลยเหรอ? ดีมากซูเฮ้อเล้ง
ในหัวของอันเอินดังเพลง BGM 'รักแท้มาถึงแล้ว' ขึ้นมา...
เดี๋ยวนะ
อันเอินสลับเป็นหน้าพร้อมสู้ทันที BGM หยุดกึก
ซูเฮ้อเล้งไม่ใช่ว่านึกว่าเขาเป็นผู้หญิงเหรอ!? ทำไมจู่ ๆ เรียก 'ที่รัก' ขึ้นมาล่ะ!?
ซูเฮ้อเล้งจ้องมองอันเอินเขม็ง จากดวงตาโตสวยของอันเอินไปจนถึงผมสั้นของเขา แล้วพูดว่า "ที่รัก ที่แท้เธอก็มาถึงก่อนแล้วนะ ตัดผมด้วยเหรอ?"
อันเอินยืนนิ่งไม่ขยับ
ซูเฮ้อเล้งเอามือขึ้นมาลูบผมอันเอินเบา ๆ อย่างเอ็นดู "ที่รักผมสั้นก็สวยนะ ใส่หน้ากากอนามัยทำไม? ป่วยเหรอ?"
อ้าวเฮ้ย——
ซูเฮ้อเล้งนี่หมายความว่าไงกัน แกดูออกหรือเปล่าว่าฉันเป็นผู้ชายนะ!
ตอนที่ซูเฮ้อเล้งดึงมือกลับ นิ้วเรียวยาวเย็นเฉียบครูดผ่านใบหูของอันเอิน อันเอินสั่นไปทั้งตัว หัวใจเต้นระรัว
สมกับนามสกุลซูนะ ขนาดชุดแฟชั่นสายฟ้าแบบนี้ก็ยังทำให้คนรู้สึกถึงเสน่ห์ดึงดูดได้
ไม่! ห้ามให้ซูเฮ้อเล้งรู้เด็ดขาดว่าเขาเป็นผู้ชาย!
วิ่งตอนนี้เลย จะไปรออะไรอีก!
อันเอินยัดชานมในมือไปให้ซูเฮ้อเล้งเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจเขา ส่วนตัวเองวิ่งตรงไปที่ประตู
"เฮ้! ที่รัก เธอจะไปไหน?"
อันเอินวิ่งไปบ้าคลั่ง วิ่งสุดชีวิตไปตามถนน
ถึงแม้เขาจะเป็นผู้ชาย แต่ก็เป็นเคะน้อยบอบบาง ร่างกายอ่อนแอไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ วิ่งได้ไม่กี่ก้าวก็หอบเหนื่อย หันหลังไปมอง
ซูเฮ้อเล้งก็ออกมาจากร้านหมีเสวี่ยเหมือนกัน กำลังชะเง้อมองหาเขาอยู่ซ้ายขวา ขายาวนั่น ก้าวนึงเท่ากับสองก้าวของเขา ใกล้จะวิ่งทันแล้ว!
ด้วยความร้อนใจ อันเอินถลำเข้าไปในห้องน้ำสาธารณะข้างทาง
เขาเท้าเอวหอบแรง ๆ ยังไม่ทันหายใจทัน ได้ยินเสียงฝีเท้าดังที่ทางเข้า เสียงที่ดังยิ่งกว่าเสียงฝีเท้าคือเสียงโซ่กระทบกัน
โอ๊ยจะตาย! ใส่สปริงที่เท้าเหรอ!? ทำไมตามมาทันเร็วจัง
อันเอินตอบสนองเร็วมาก เปิดซิปกางเกงเดินไปที่โถปัสสาวะ ทำท่าเหมือนกำลังฉี่
แต่ฉี่ไม่ออกเลยสักหยด อันเอินตั้งท่า ทำเป็นฉี่ได้เนียนมาก
อย่างนี้ซูเฮ้อเล้งเห็นก็รู้ทันทีว่าเขาเป็นผู้ชาย ตอนนั้นคงนึกว่าตัวเองมองผิด ส่วนอันเอินคือคนเดินผ่านไปมา รีบวิ่งหนีทิ้งชานมเพราะปวดฉี่ ตรรกะลื่นไหล ไม่มีจุดให้แย้งเลย!
อันเอินฟังเสียงโซ่บนตัวซูเฮ้อเล้ง ก็พอเดาได้ว่าเขามาถึงตรงไหนแล้ว
เอ่อ คืองี้ คุณเล้งเซ่า ยังไม่เข้าใจอีกเหรอ? คุณจำผิดคนแล้ว รีบกลับไปที่ร้านหมีเสวี่ยแล้วกินน้ำมะนาวของคุณเถอะ!
เสียงโซ่ไปถึงข้าง ๆ อันเอินก้มหน้าลง
เหวอ!
ซูเฮ้อเล้งก้มตัวเอียงหัว มองตั้งแต่หว่างขาของอันเอินมายังหน้าของอันเอิน แววตาใสซื่อและงุนงง แล้วยืดตัวขึ้นถามว่า "ที่รัก เธอยืนฉี่เป็นได้ไง?"