บนเนินเขา ซูจิ่นรู้สึกเย็นวาบไปทั้งแผ่นหลัง มือเท้าเย็นเฉียบ
นางพลันตระหนักว่า บุรุษตรงหน้าแม้ปกติจะดูเป็นคนอัธยาศัยดี กระทั่งออกจะ…ซื่อ ๆ อยู่บ้าง แต่เมื่อเขาตัดสินใจลงมือทำสิ่งใดขึ้นมาจริง ๆ ความลุ่มลึกในการคิดอ่านและความเด็ดขาดในการลงมือกลับเหนือกว่าที่นางเคยคาดคิดไว้มาก
เขาไม่ใช่พ่อค้าลึกลับผู้มีของล้ำค่าในครอบครองอย่างที่นางเคยคิดไว้แต่แรก หากแต่เป็นหมาป่าร้ายที่…เผยเขี้ยวเล็บออกมาอย่างเงียบเชียบ!
ความจริงแล้ว หลู่จิ้งหมิงไม่ได้เจ้าแผนการอย่างที่นางคิดเลย
เขาเพียงโกรธที่เพิ่งมาถึงเมืองเฉินชาง ก็ถูกฟางซูผิงหมายตา ถึงขั้นเกือบถูกฆ่าชิงทรัพย์
เดิมทีฉันก็แค่อยากปลีกตัวไปอยู่เงียบ ๆ ห่างไกลผู้คน อาศัยระบบเกื้อหนุนวิญญาณสองภพหาเงินทองไปพลาง ช่วยให้พวกวัวม้าในยุคนี้มีชีวิตรอดไปพลาง
แต่พวกแกกลับหาเรื่องฉันเอง ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ฉันก็จะก่อความปั่นป่วนให้ยุคโกลาหลนี้พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน…
หลังหายตื่นตะลึง ความสั่นสะท้านที่ปะปนด้วยความหวาดกลัวและความตื่นเต้นพลันก่อเกิดขึ้นในใจซูจิ่น
หากสามารถยึดครองเมืองได้จริง…ความหวังในการล้างแค้นก็จะไม่ใช่เพียงวิมานกลางอากาศอีกต่อไป!
“ท่านพี่…มั่นใจจริงหรือ?” หัวใจนางเต้นระรัว
“ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการลงมือ” หลู่จิ้งหมิงกล่าวอย่างมั่นใจ “ข้าต้องใช้เวลาอย่างน้อยสามวันเพื่อเตรียมการบางอย่าง แม่นางซู เจ้าพอจะถ่วงเวลาฟางซูผิงได้หรือไม่ ทำให้เขาไม่กล้าผลีผลามในช่วงสามวันนี้ อย่างน้อยก็อย่าให้ยกทัพไปโจมตีหุบเขาตระกูลฉือได้”
ซูจิ่นสงบสติอารมณ์ลงอย่างรวดเร็ว “ไม่มีปัญหา!”
“หากจำเป็น ก็ใช้ยานี้แลกกับการสนับสนุนจากผางเต๋อได้” หลู่จิ้งหมิงกล่าวพลางสอดมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบยาปฏิชีวนะหลอดหนึ่งที่ใช้รักษาบาดแผลให้ผางเต๋อออกมา
ซูจิ่นรับยาไว้ด้วยสีหน้าจริงจัง นางเข้าใจดีว่านี่ไม่ใช่เพียงยา แต่ยังเป็นบททดสอบที่หลู่จิ้งหมิงมอบให้นางด้วย
“สามวัน ท่านพี่ต้องการเวลาสามวันนี้ไปทำสิ่งใด?” นางอดถามไม่ได้
