เจียงเยว่เผยใบหน้าออกมาครึ่งหนึ่งจากใต้ผ้าห่ม แก้มแดงระเรื่อเล็กน้อย ทว่ายังคงพยายามรักษาความสงบนิ่งไว้ เสียงแผ่วเบาราวยุงบิน “ผ้าห่มเย็นนัก บ่าว...ขออุ่นให้ท่านก่อน”
กล่าวจบ นางก็หดศีรษะกลับเข้าไปในผ้าห่ม เหลือไว้เพียงเค้าโครงที่ขยับขึ้นลงแผ่วเบา
หลู่จิ้งหมิงนั่งนิ่งอยู่ข้างเตียงอย่างคนโง่งม ครู่หนึ่งจึงได้สติกลับคืนมา
อุ่นเตียงหรือ?
เรื่อง...เรื่องเช่นนี้เขาเคยเห็นแต่ในนิยายออนไลน์ลามกบางเรื่องเท่านั้น!
แต่ยามนี้กลับเกิดขึ้นกับตัวเองจริง ๆ แรงกระแทกทางใจช่างหนักหน่วงเกินไปหน่อย
เขาสัมผัสได้ว่าร่างในผ้าห่มกำลังสั่นน้อย ๆ
ความร้อนวูบหนึ่งแล่นขึ้นจากท้องน้อย สัญชาตญาณชายชาตรีที่หลู่จิ้งหมิงคิดว่ามอดดับไปนานแล้ว หมดความสนใจในเรื่องชายหญิงไปแล้ว กลับเริ่มกระสับกระส่ายขึ้นมาอย่างกะทันหัน
เขาสูดลมหายใจลึกหลายครั้ง ฝืนข่มเลือดลมที่พลุ่งพล่านลง
เขาเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ตรากตรำทำงาน แต่ไม่ใช่สัตว์เดรัจฉาน เจียงเยว่ดูอายุไล่เลี่ยกับจือเซี่ย ยังเป็นเด็กอยู่แท้ ๆ
หากว่า...
เขาเหลือบมองไปทางห้องเก็บฟืน หากสตรีผู้นั้นมาทำเช่นนี้กับเขา เขาคงฉวยโอกาสคว้านางไว้แน่
แต่เมื่อนึกถึงชายชุดดำสองคนที่ตายอย่างอนาถ เขาก็ลูบลำคอตนเอง แล้วละทิ้งความคิดที่จะไปเบียดกันในห้องเก็บฟืนกับนาง...
“เจ้านอนบนเตียงเถิด ข้าจะนอนบนพื้นพอขัดตาทัพ”
หลู่จิ้งหมิงลุกขึ้นยืน กล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้มั่นคงที่สุด “เจ้าเพิ่งหายป่วย อย่าให้หนาวอีก”
เจียงเยว่ชะงักอยู่ใต้ผ้าห่ม ก่อนจะค่อย ๆ โผล่ศีรษะออกมา แก้มยังแดงระเรื่อ แววตาซับซ้อนขณะมองหลู่จิ้งหมิงแวบหนึ่ง
หลู่จิ้งหมิงเห็นแววโล่งใจในดวงตานาง คล้ายจะมีความผิดหวังอยู่เล็กน้อยด้วย...
“จะนอนบนพื้นได้อย่างไร เย็นเกินไป...”
