ภายในตรอกมืดสนิท หลู่จิ้งหมิงพยายามฝืนแรงกายแบกร่างไร้วิญญาณของฉือชวนจู้ขึ้นมา
“ท่านจะทำอะไร?” ลวนตีอวิ๋นจูร้อนใจ “คนพวกนี้ดูท่าทางไม่ธรรมดา พวกเราต้องไปจากที่นี่โดยเร็ว ป้องกันไม่ให้พวกมันย้อนกลับมาอีก”
“แล้วศพของเขาจะทำอย่างไร?” หลู่จิ้งหมิงถามเสียงอึกอัก
“หิมะตกหนักถึงเพียงนี้ ในเมืองเฉินชางมีคืนไหนบ้างที่ไม่มีคนหนาวตาย?”
ลวนตีอวิ๋นจูมองเขาอย่างประหลาดใจ รู้สึกว่าบุรุษผู้นี้ดูราวกับไม่ใช่คนในโลกนี้
“ต้องไปจากที่นี่โดยเร็ว!” หลู่จิ้งหมิงพึมพำกับตนเอง แต่ยังคงใช้มือและเท้าขุดหลุมบนกองหิมะริมทาง จากนั้นค่อย ๆ ประคองร่างของฉือชวนจู้ลงไป จัดให้เขาอยู่ในท่าที่สงบที่สุดเท่าที่จะทำได้
เมื่อมองใบหน้าเหี่ยวย่นนั้น เขากล่าวเสียงแผ่วว่า “พี่ชวนจู้ ข้าขออภัยด้วย คงต้องให้ท่านอยู่ที่นี่ไปก่อน รอข้าตั้งหลักได้แล้ว ข้าจะหาทางให้ท่านได้ฝังอย่างสมเกียรติ เรื่องของเด็ก ๆ ข้าจดจำไว้แล้ว ท่านวางใจเถิด”
จากนั้นเขาก็ใช้หิมะกลบหลุม แล้วเหยียบอัดให้แน่น
ระหว่างที่ทำทุกอย่าง ลวนตีอวิ๋นจูยืนมองอยู่เงียบ ๆ ข้างกาย
จากความไม่เข้าใจในตอนแรก ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นการพินิจพิเคราะห์ สุดท้ายแววตาก็มีความซาบซึ้งเพิ่มขึ้นมาอย่างยากจะสังเกต
ในยุคที่ชีวิตคนไร้ค่าเสียยิ่งกว่าหญ้า เจ้านายกลับยอมสิ้นเปลืองทั้งแรงกายและเวลาเพื่อศพของบ่าวรับใช้ ความอบอุ่นเช่นนี้เป็นสิ่งที่นางไม่เคยสัมผัสมาก่อน
ลมกลางคืนพัดเสียดแทงเสื้อผ้าบาง ๆ ของหลู่จิ้งหมิง ราวกับคมมีด ทะลุผ่านเนื้อผ้าจนฟันของเขากระทบกันกึก ๆ ด้วยความหนาว
เขาบังคับตนเองให้ตั้งสติ ก้มลงเก็บเหรียญทองแดงที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นขึ้นมาทีละเหรียญ ห่อด้วยผ้าอีกครั้งแล้วสอดไว้ในอกเสื้อ
“ไป!”
ทั้งสองสบตากัน ก่อนจะจากสถานที่อันตรายซึ่งเพิ่งผ่านการต่อสู้เอาชีวิตรอดมาอย่างรวดเร็ว
