“หรือว่าผู้ก่อความวุ่นวายในครานี้จะเป็นพวกเหลียงเฟย จางเหิง?” หลู่จิ้งหมิงใจวูบ พลั้งปากถามออกไป
ประวัติศาสตร์ช่วงปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันออก เขารู้จักจากละครโทรทัศน์เรื่องสามก๊กทั้งสิ้น ตัวละครในประวัติศาสตร์อย่างต่งจั๋ว กัวซื่อ จงโหยว เขาล้วนเคยได้ยินชื่อ ส่วนพั่งเต๋อ เหลียงเฟย และคนอื่น ๆ เขาไม่เคยได้ยินแม้แต่น้อย
เห็นทีเมื่อกลับไปแล้วคงต้องหาหนังสือประวัติศาสตร์ปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันออกมาสักชุด จะได้ศึกษาประวัติศาสตร์ช่วงนี้ให้ดี
“ใช่ ผู้ที่ล้อมโจมตีเฉินชางในครานี้ก็คือเหลียงซิงโจรชั่วนั่น!” สีหน้าของแม่นางซูเย็นเยียบ เอ่ยด้วยความเคียดแค้น
“ปีก่อนผลผลิตในกวนจงไม่ดีนัก ฤดูหนาวปีนี้ก็หนาวจัด กองทัพเหลียงซิงขาดแคลนเสบียง จึงหมายตาเฉินชาง เขาเห็นว่าท่านแม่ทัพพั่งมีกำลังพลน้อย ทั้งยังสืบรู้ว่าเสบียงในเมืองลำเลียงมาไม่ทัน จึงรวบรวมกำลังพลของตนอย่างบ้าบิ่น แล้วยังบังคับเกณฑ์ทหารม้าชาวเชียงและหูอีกหลายพันคน อ้างว่ามีกำลังพลนับหมื่น ก่อนบุกจู่โจมเข้ามา!”
น้ำเสียงของนางเจือความหวาดหวั่นและความหวาดกลัวที่ยังหลงเหลือโดยไม่รู้ตัว “คืนที่คุณชายหลู่จากไปคราวก่อน กองโจรก็ทะลักมาถึงใต้กำแพงเมืองราวกับคลื่นธาร ลูกธนูบดบังท้องฟ้า บันไดพาดกำแพงเรียงรายดุจป่าไม้”
“เหลียงซิงโจรชั่วบัญชาการรบด้วยตนเอง ทั้งตะโกนโห่ร้องและต่อสู้อย่างดุเดือด ทหารที่รักษาเมืองมีเพียงพันกว่าคน ส่วนใหญ่ก็เป็นทหารใหม่ เมื่อต้องเผชิญกับกองโจรที่ดุดันถึงเพียงนั้น สถานการณ์จึงแขวนอยู่บนเส้นด้าย!”
“เคราะห์ดีที่แม่ทัพพั่งนำหน้าทหาร ออกรบเลือดตาแทบกระเด็นบนกำแพงเมืองโดยไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว! ท่านแม่ทัพมีพละกำลังมหาศาล ง้างคันธนูใหญ่แล้วปล่อยลูกธนูต่อเนื่อง มุ่งยิงหัวหน้ากองโจร สังหารแม่ทัพนายกองใต้บัญชาของเหลียงซิงไปหลายคน จนขวัญกำลังใจกองโจรลดฮวบ จากนั้นยังสั่งให้ใช้ทั้งน้ำมัน ไม้ซุง และหินกลิ้งที่เก็บไว้ในเมืองจนหมด รักษาประตูเมืองกับช่องโหว่ทุกแห่งไว้อย่างสุดกำลัง”
