แต่ไม่มีใครเชื่อคำพูดนั้น ชายแปลกหน้าที่อายุไล่เลี่ยกัน แถมไม่เคยรู้จักกันมาก่อน มาที่หมู่บ้านเพื่อตามหาผู้หญิง ต่อให้ไม่พูดอะไร ชาวบ้านก็คิดไปเองแล้วว่าสองคนนี้ต้อง “มีอะไรกัน” แน่ ๆ
พูดว่าเป็นเพื่อน ใครจะรู้ว่าเป็นชู้กันหรือเปล่า?
โดยเฉพาะครอบครัวของเสิ่นต้าซาน เดิมทีก็ตกลงกับพ่อของเสิ่นเจียวไว้แล้วว่าจะช่วยเกลี้ยกล่อมให้เสิ่นเจียวไปอยู่ในเมืองกับเขา จะได้ใช้ชีวิตสุขสบายและแต่งงานกัน
ใครจะคิดว่าเสิ่นเจียวจะหนีไปกลางดึก ตลบหลังพวกเขาเสียอย่างนั้น คราวนี้เงินก็ไม่ได้สักหยวน จะไม่ให้โมโหได้อย่างไร?
ดังนั้นพอเห็นชายท่าทางเหลวไหลที่ถูกหาว่าเป็นชู้เดินเข้ามา พวกเขาก็ไม่คิดจะฟังคำอธิบาย จับมัดไว้ก่อนแล้วค่อยลงไม้ลงมือ
ตอนนี้บนพื้น
เซี่ยลี่นอนขดตัวตะแคง งอตัวเป็นกุ้ง ใบหน้ามีรอยเขียวช้ำเป็นปื้น เจ็บจนร้องโอดโอย ในใจก่นด่าว่า
แม่งเอ๊ย พวกชาวบ้านป่าเถื่อน! รู้อย่างนี้เขาพาพรรคพวกมาด้วยก็ดีแล้ว!
เดิมทีคิดว่าเรื่องนี้จัดการง่าย แค่ไปสืบถามสักหน่อย พรุ่งนี้ก็กลับได้แล้ว ใครจะไปรู้ว่าเขาจะถูกจับมัดแล้วซ้อมแบบนี้?
ทั้งที่เขาพูดไปไม่รู้กี่รอบแล้วว่าตัวเองกับเสิ่นเจียวไม่ได้มีความสัมพันธ์แบบนั้น พวกนั้นก็ยังรุมเตะต่อยไม่หยุด เซี่ยลี่หลบไปพลาง ขู่ด้วยความโมโหไปพลาง
“ฉันบอกพวกคุณไว้เลยนะ! ถ้ายังลงมืออีก ครอบครัวฉันจะแจ้งตำรวจ ให้สถานีตำรวจจับพวกคุณไปให้หมด!”
“พ่อฉันอยู่ในกองทัพ! ท่านเป็นผู้บังคับบัญชาระดับสูง! ถ้าไม่อยากตายก็หยุดเดี๋ยวนี้!”
พอได้ยินคำพูดนี้ เสิ่นต้าซานกับพวกก็สบตากัน แต่เท้ายังไม่หยุด เพียงแค่เบาแรงลง
