เซี่ยลี่ถูกมัดอยู่กลางลานบ้าน ส่วนเสิ่นต้าซานก็ไม่ได้ทำอะไรเขาจริงจังนัก พอถึงเวลาอาหารกลางวันยังยกข้าวมาให้ด้วย
“ฉันไม่กิน นี่มันเหมือนอาหารหมูชัด ๆ” เซี่ยลี่พูดอย่างโมโห
“อยากกินก็กิน ไม่กินก็ช่าง!” หาโช่วเอ๋อ ป้าของเสิ่นเจียว ถ่มน้ำลายใส่เขา
“ใครจะไปรู้ว่าพ่อของเสิ่นเจียวจะมาเมื่อไหร่ ถ้าแกไม่กินก็อดไป พอหิวตายแล้วอย่ามาหาว่าฉันไม่ให้ข้าวกินก็แล้วกัน”
พอได้ยินแบบนั้น เซี่ยลี่ก็จ้องเธอเขม็งพลางกัดฟันกรอด
จากนั้นเขาก็มองจานเคลือบที่มีเศษผักเละ ๆ สีเขียวซึ่งไม่รู้ว่าคืออะไรอยู่ในนั้น ส่วนข้าวก็ไม่ขาวสะอาด มีจุดสีเทาปะปนอยู่
แต่เพื่อเอาชีวิตรอด เซี่ยลี่จึงทำได้แค่ข่มใจพูดว่า
“งั้นก็แก้มัดให้ฉันสิ ฉันจะกิน”
หาโช่วเอ๋อหยิบช้อนตักข้าวส่งให้ทันที พอเซี่ยลี่เห็นก็ยิ่งรังเกียจ หาโช่วเอ๋อจึงพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า
“ถ้าไม่กลัวว่าแกจะหนีไป ฉันจะมาคอยบริการแกหรือไง?”
“กินข้าวของฉันแล้วยังทำให้ฉันเปลืองอาหารอีก ถ้าแกหาเสิ่นเจียวตัวดีไม่เจอ ค่าข้าวนี่แกก็ต้องจ่ายคืนฉันด้วย”
ได้ยินคำพูดนั้น เซี่ยลี่ก็จำต้องกล้ำกลืนความอัปยศกินข้าวลงไป
มันโคตรไม่อร่อย เค็มจนแสบคอ เขาสาบานเลยว่าชาตินี้ไม่เคยกินข้าวที่แย่ขนาดนี้มาก่อน
นี่มันไม่เรียกว่าข้าวแล้ว เป็นอาหารหมูชัด ๆ ไม่สิ อาหารที่ให้หมูกินยังไม่เค็มขนาดนี้เลย!
เซี่ยลี่ตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะไม่กินผัก แต่ตอนกินข้าวก็ยังเคี้ยวโดนเม็ดทรายเป็นระยะ
เขาก็ถุยทิ้งไม่ได้ พอทำท่าจะถุย ป้าตรงหน้าก็จ้องเขาราวกับนางยักษ์ ไม่ยอมให้เขาทำข้าวเสียแม้แต่นิดเดียว
เซี่ยลี่คิดว่าข้ออ้างเรื่องไม่อยากให้เปลืองอาหารเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ คนคนนี้ตั้งใจทรมานเขาชัด ๆ กินข้าวมื้อเดียวจนฟันแทบหัก
