เสิ่นเจียวยังคงรินชาให้ไจ๋เทียนเหยากับโจวยู่หมิน ส่วนโจวยู่หมินก็หยิบของขวัญที่เตรียมไว้แต่แรกออกมา มอบให้เสิ่นเจียว
เสิ่นเจียวเปิดกล่องดู ข้างในเป็นกำไลหยกเขียวทั้งวง เนื้อหยกงดงามและล้ำค่ามาก
“ขอบคุณค่ะ คุณนายโจว” เสิ่นเจียวยิ้มกล่าว
“รับของขวัญไปแล้ว ยังไม่ได้ยินเรียกพี่สะใภ้สักคำเลยนะ” โจวยู่หมินแซว
เมื่อได้ยินเช่นนั้น แก้มของเสิ่นเจียวก็ขึ้นสีระเรื่อ ก่อนจะกล่าวอีกครั้งว่า “ขอบคุณค่ะ พี่สะใภ้”
จากนั้นเธอก็มองไปทางไจ๋เทียนเหยาที่นั่งอยู่ข้าง ๆ แล้วกล่าวว่า “ขอบคุณค่ะ พี่ชาย”
“ไม่ต้องเกรงใจหรอก เป็นแค่น้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ของพี่สะใภ้เธอเท่านั้น” ไจ๋เทียนเหยาตอบพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ
เสิ่นเจียวรินชาให้จางเจิ้นกั๋วะด้วย เหลือเพียงคนสุดท้าย ไจ๋จิ่งเฉิน
เสิ่นเจียวมองไป สบเข้ากับดวงตาคู่นั้นของไจ๋จิ่งเฉินที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและแตกสลาย รอยยิ้มตรงมุมปากของเธอจึงจางลง
จังหวะนั้น ไจ๋เยว่รับถ้วยชาจากมือเธอไป แล้วส่งต่อให้ไจ๋จิ่งเฉิน
เมื่อเห็นเช่นนั้น ไจ๋จิ่งเฉินก็รีบลุกขึ้น รับถ้วยชาด้วยมือข้างที่ไม่ได้บาดเจ็บ แล้วเอ่ยอย่างกระอักกระอ่วนว่า
“ขอบคุณครับ...อาเล็ก”
ไจ๋เยว่หันกลับมา จูงเสิ่นเจียวไปนั่งฝั่งตรงข้าม
เขายังจงใจให้เสิ่นเจียวนั่งทางขวามือของตัวเอง แล้วใช้ร่างทั้งร่างบังเธอไว้ ไม่ให้ไจ๋จิ่งเฉินมองเห็นแม้แต่น้อย
ภายในบ้าน ทุกคนพูดคุยหัวเราะกันอย่างอบอุ่นและสงบสุข มีเพียงไจ๋จิ่งเฉินที่จิบชาไปพลาง กล้ำกลืนความขมขื่นลงไปพลาง
ตอนเสิ่นเจียวเรียกพ่อแม่ของเขาว่า “พี่ชาย พี่สะใภ้” หัวใจของเขาก็เจ็บแปลบขึ้นมาชั่วขณะ
