เสิ่นเจียวมีรูปโฉมไร้ที่ติจริง ๆ หรือจะพูดว่า งามดุจนางฟ้า งามผุดผ่องเหนือสามัญ
เธอเพียงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ใบหน้าประดับรอยยิ้มบางเบา ราวกับดอกบัวผลิบานจนสวนทั้งสวนหม่นสีลง
ท่านปู่ไจ๋เองก็เพิ่งพบเสิ่นเจียวเป็นครั้งแรก เมื่อเห็นว่าเธอหน้าตาสะสวย ยืนเคียงข้างลูกชายคนเล็กของตนแล้วช่างเหมาะสมกันยิ่งนัก เขาก็ยิ้มออกมาทันที
ก่อนมาเขาตั้งใจว่าจะดุไจ๋เยว่สักยก แย่งคู่หมั้นกับหลานชายไม่พอ ยังทำทุกอย่างเร่งรีบราวกับไฟลนก้น คอยเร่งให้เขากำหนดวันแต่งงานกับเสิ่นเจียว
แต่พอได้เห็นตอนนี้ มีสาวงามอยู่ข้างกาย เขาจะไม่กลัวจนรีบรับเธอเข้าบ้านได้อย่างไร ทั้งกลัวว่าสาวสวยขนาดนี้จะไม่ใช่ของเขา
อีกด้านหนึ่ง
ไจ๋เทียนเหยากำลังมองเสิ่นเจียวอยู่ สายตาพลันชะงัก
แต่ที่เขาชะงักไม่ใช่เพราะเสิ่นเจียวสวย หากเป็นเพราะ...
คิ้วตาและรูปลักษณ์ของเสิ่นเจียวชวนให้รู้สึกคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก
แต่ก่อนที่เขาจะได้ถามอะไร จางเจิ้นกั๋วะกับคณะก็ยกมือทำความเคารพและทักทายท่านปู่ไจ๋ ท่านปู่ไจ๋จึงกล่าวกับพวกเขาว่า
“ผมก็แค่มาเยี่ยมญาติ พวกคุณจัดขบวนใหญ่โตขนาดนี้ทำไม?”
“ท่านมา พวกเราก็ต้องมาต้อนรับอยู่แล้วครับ” จางเจิ้นกั๋วยิ้มตอบ
ท่านปู่ไจ๋โบกมือ ส่งสัญญาณให้พวกเขาไม่ต้องมากพิธี
เวลานี้ไจ๋เยว่ก็พาเสิ่นเจียวเดินเข้ามา แล้วกล่าวว่า
“พ่อ พี่ชาย พี่สะใภ้ นั่งรถมาไกลคงเหนื่อยกันแล้ว”
“สวัสดีค่ะ ท่านลุง คุณไจ๋ คุณนายโจว” เสิ่นเจียวทักทายอย่างนอบน้อม
ท่านปู่ไจ๋ไม่สนใจลูกชายของตัวเอง กลับมองว่าที่ลูกสะใภ้แล้วกล่าวยิ้ม ๆ อย่างเมตตาว่า
“เด็กดี ไม่ต้องเกรงใจ”
