“ขอโทษครับ เมื่อกี้ผมเผลอใจลอย” เจิ้งกั๋วหลินกล่าว
“คราวหน้าถ้าผมไปที่แคมป์ทหารของพวกคุณ ผมจะไปขอบคุณพยาบาลสาธารณสุขทั้งสามคนด้วยตัวเอง”
“พลจ่ายเจิ้งไม่ต้องลำบากเดินทางมาหรอกครับ การช่วยชีวิตท่านเป็นหน้าที่ของพวกเธออยู่แล้ว อีกอย่างพวกเธอก็เป็นทีมกู้ภัยที่เดินทางมาด้วยกัน” อีกฝ่ายกล่าว
“พอท่านฟื้นขึ้นมา พวกเธอก็ดีใจมากแล้ว ท่านไม่ต้องกังวลหรือหวาดระแวงเรื่องนี้อีก”
ได้ยินเช่นนั้น เจิ้งกั๋วหลินก็ชะงักไป ก่อนจะถามด้วยความสงสัยว่า
“หมายความว่าอย่างไรครับ?”
อีกฝ่ายเล่าให้ฟังว่า พวกเธอไม่ได้แจ้งแพทย์ผู้นำทีมล่วงหน้า แต่ตัดสินใจช่วยชีวิตเขาเองและนำส่งโรงพยาบาล ทั้งยังบอกด้วยว่าเรื่องที่ทำผิดระเบียบเช่นนี้จะถูกสอบสวนและตำหนิ
เจิ้งกั๋วหลินได้ยินดังนั้นก็พลันทำสีหน้าเคร่งขรึม กล่าวขึ้นว่า
“พวกเธอไม่แจ้งแพทย์ผู้นำทีมก็เพราะต้องรีบช่วยชีวิตผม ไม่มีเหตุผลที่กองบัญชาการกรมจะต้องเอาผิดพวกเธอ
พยาบาลสาธารณสุขทั้งสามคนต้องมาได้รับความไม่เป็นธรรมเพราะผม รอก่อนนะครับ ผมจะไปพูดกับทางนั้นด้วยตัวเอง”
“ถ้าท่านช่วยออกหน้าพูดให้ ก็ย่อมเป็นเรื่องดีครับ ผมขอขอบคุณท่านแทนพยาบาลสาธารณสุขทั้งสามคน” อีกฝ่ายยิ้มเมื่อบรรลุจุดประสงค์
“แต่เดิมกองบัญชาการกรมก็ไม่ได้คิดจะลงโทษรุนแรงอยู่แล้ว อย่างมากก็แค่ให้เขียนใบรายงานตนยอมรับข้อผิดพลาด เพราะพวกเธอรีบร้อนช่วยคน สถานการณ์พิเศษก็ต้องจัดการเป็นกรณีพิเศษ ทางกองบัญชาการกรมไม่ได้ยึดติดกับระเบียบจนเกินไป”
อีกฝ่ายกล่าวเสริม เพื่อไม่ให้พลจ่ายเจิ้งเข้าใจผิดว่าเขตทหารแห่งนี้ใช้อำนาจลงโทษตามอำเภอใจ
“ไม่ต้องเขียนใบรายงานตนยอมรับข้อผิดพลาดหรอกครับ พวกเธอเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตผม” เจิ้งกั๋วหลินกล่าวอย่างจริงจัง
