หลังจากรถจอด เสิ่นเจียวกับคนอื่นๆ ก็ทยอยลงจากรถ พวกเธอยืนอยู่ข้างๆ ส่วนซุนจื้อหมิงไปเจรจาอะไรบางอย่างกับไจ๋เยว่และคนของเขา
ริมทางมีการตั้งเพิงอย่างง่ายไว้ให้ทหารที่มาสนับสนุนใช้หลบฝน แต่พอทหารลงจากรถก็รีบมุ่งหน้าไปช่วยเหลือที่แนวหน้าทันที คนที่เหลืออยู่มีเพียงฝ่ายส่งกำลังบำรุงที่ขนย้ายเสบียง กับเหล่าแพทย์และพยาบาลสาธารณสุขที่รอรับคำสั่ง
เดิมทีเสิ่นเจียวก็ยืนอยู่ใต้เพิง แต่คนข้างๆ เบียดเธอไม่หยุด สุดท้ายจึงถูกเบียดออกไปนอกเพิง
ฝนยังคงตกอยู่ ไม่นานเสื้อผ้าของเสิ่นเจียวก็เปียกชุ่ม
เธอหันไปหมายจะเอาเรื่อง แต่เห็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยจากที่อื่นทยอยเข้ามาหลบฝน
ทุกคนกว่าจะเดินทางมาถึงก็ไม่ง่าย เสิ่นเจียวจึงไม่ได้พูดอะไร เพียงขยับไปยืนแถวหน้าขึ้นอีกหน่อย
กลางเพิงพอดี
เซี่ยหรงหรงชะโงกหน้ามองออกไปด้านข้าง แล้วพบว่าเสิ่นเจียวไม่เพียงไม่ถูกเบียดออกไปตากฝน กลับยังขยับไปข้างหน้าเพื่อหลบฝนอีกด้วย เธอจึงกัดฟันจ้องแผ่นหลังของเสิ่นเจียวทันที
เซี่ยหรงหรงจึงแทรกเข้าไปในแถวหน้าต่อ ทำแบบเดิมซ้ำอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้ คนที่ยืนแถวเดียวกับเธอไม่ใช่คนจากเขตทหารเดียวกัน หากเป็นพยาบาลจากโรงพยาบาลอื่น พวกเธอไม่มีทางยอมกล้ำกลืนความไม่พอใจให้เธอแน่
พยาบาลเหล่านั้นถูกเบียดไปด้านข้างไม่หยุด จึงหันกลับมาต่อว่าเสียงดังด้วยความไม่พอใจว่า
“ใครน่ะ?! เบียดอะไรนักหนา? ทุกคนก็มาช่วยเหลือกันทั้งนั้น อย่าเห็นแก่ตัวนักได้ไหม? หลบฝนด้วยกันสักหน่อยไม่ได้หรือไง?!”
คำพูดนั้นทำให้ทุกคนในเพิงหันมามองทางนี้ และพยาบาลที่กำลังไม่พอใจก็เห็นเซี่ยหรงหรงแทรกเข้ามาเบียดแถวอยู่ข้างๆ พอดี จึงจ้องเธอเขม็งแล้วพูดว่า
