“คิดว่าการไปช่วยต้านน้ำท่วมคือไปเที่ยวเล่นชมฤดูใบไม้ผลิหรือไง? ไม่ต้องทำอะไรเลยสักอย่าง แถมยังให้เสิ่นเจียวได้อานิสงส์รับเกียรติยศไปด้วยหรือ?”
“เธอไปที่นั่นก็ต้องทำงาน ทำงานแบบเดียวกับพวกเธอทุกอย่าง แล้วทำไมพวกเธอถึงได้รับเกียรติยศจากความเหน็ดเหนื่อย แต่พอเป็นเธอกลับกลายเป็นว่าได้ประโยชน์ฟรี ๆ ล่ะ?”
“เซี่ยหรงหรง ถ้าเธอยังโวยวายไร้เหตุผลแบบนี้อีก ฉันจะยกเลิกสิทธิ์เข้าร่วมทีมของเธอเดี๋ยวนี้ ต่อให้ไปหาพ่อก็ไม่มีประโยชน์!”
ซุนจื้อหมิงตวาดเสียงเข้มเช่นนั้น ทำให้พยาบาลสาธารณสุขทุกคนเงียบกริบ ต่างก้มหน้าต่ำลงกว่าเดิม
ส่วนเซี่ยหรงหรงที่ถูกสวนกลับ ได้แต่กัดริมฝีปากกล้ำกลืนความคับข้องใจทั้งหมด กำหมัดแน่นด้วยความขุ่นเคืองและไม่ยินยอม แต่ไม่กล้าพูดอะไรอีก
เพราะในฐานะแพทย์ผู้นำทีม ซุนจื้อหมิงมีสิทธิ์เปลี่ยนตัวคนได้จริง ๆ ต่อให้พ่อของเธอเป็นหัวหน้าหน่วยพยาบาลก็เข้าแทรกแซงไม่ได้ เพราะอีกฝ่ายขึ้นตรงต่อกองบัญชาการกรม
เห็นทุกคนสงบลงแล้ว ซุนจื้อหมิงจึงหันไปมองคนอื่น สีหน้ายังคงเคร่งขรึม พร้อมกล่าวเตือนอย่างเข้มงวดว่า
“ยังไม่ทันออกเดินทาง พวกเธอก็ไม่รู้จักสามัคคีกัน เอาแต่จ้องเล่นงานกันเอง”
“ฉันขอพูดไว้ก่อนว่า ครั้งนี้เราไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จุดประสงค์หลักคือรักษาผู้บาดเจ็บ
“ใครกล้าเล่นลูกไม้ ทำลายบรรยากาศในทีม หรือจงใจลอบขัดขากันลับหลัง แล้วฉันจับได้”
“ตอนนั้นอย่าหวังว่าจะได้เกียรติยศเลย ฉันจะเขียนรายงานส่งกองบัญชาการกรมให้ลงโทษทางวินัยทันที!”
เมื่อได้ยินคำว่า “ลงโทษทางวินัย” พยาบาลสาธารณสุขทุกคนต่างใจสั่น
ก็เพราะพวกเธอแย่งกันแทบหัวชนฝาเพื่อไปสร้างผลงานแนวหน้า ก็เพื่อคว้าเกียรติยศแล้วเลื่อนตำแหน่งไม่ใช่หรือ? ไม่อย่างนั้นใครจะยอมเสี่ยงอันตราย ฝ่าสายฝนไปปฏิบัติงานแนวหน้ากันล่ะ
