“เซี่ยหรงหรง ขอโทษอีกฝ่ายเดี๋ยวนี้”
ได้ยินดังนั้น เซี่ยหรงหรงก็มองไจ๋เยว่ ก่อนจะพูดเสียงดังด้วยความขุ่นเคืองและน้อยใจ
“ทำไมฉันต้องขอโทษด้วย?! ฉันก็บอกแล้วว่าฉันเผลอไปยืนข้างหน้า! พวกเธอต่างหากที่พุ่งเข้ามาด่าฉันก่อน คนผิดเห็น ๆ ก็คือพวกเธอ!”
ไจ๋เยว่มองเธออย่างไร้อารมณ์ ก่อนเอ่ยอย่างเฉยชา
“เห็น ๆ อยู่ว่าตรงที่เธอยืนอยู่ก่อนหน้านี้ยังมีที่ว่าง แล้วเธอจะเผลอไปยืนข้างหน้าได้ยังไง?”
เมื่อเห็นว่าไจ๋เยว่ยืนกรานจับผิดเรื่องนี้ไม่ยอมปล่อย ทั้งยังบังคับให้เธอขอโทษ ทั้งที่พวกเขาอยู่เขตทหารเดียวกันแท้ ๆ แต่ไจ๋เยว่กลับไม่เข้าข้างเธอ ไม่ช่วยกลบเกลื่อนให้เรื่องผ่านไปง่าย ๆ
เซี่ยหรงหรงกำหมัดแน่น กัดฟันจ้องอีกฝ่าย
จากนั้นความโกรธและความเกลียดชังก็ผุดขึ้นในใจ เธอคิดว่าทั้งหมดเป็นเพราะเสิ่นเจียว
ก่อนหน้านี้เธอเล่นงานเสิ่นเจียว วันนี้ไจ๋เยว่ถึงได้ยอมช่วยคนนอกมากกว่าช่วยเธอ เขากำลังแก้แค้นแทนเสิ่นเจียวอยู่ชัด ๆ
พอคิดได้เช่นนั้น เซี่ยหรงหรงก็หันไปมองหญิงสารเลวที่หลบอยู่ริมสุดและทำตัวกลมกลืนไปกับคนอื่นมาตลอดด้วยดวงตาลุกเป็นไฟ
คราวนี้สมองของเธอกลับปลอดโปร่งขึ้นมา นึกถึงที่พยาบาลฝ่ายตรงข้ามพูดเมื่อครู่ว่าเธอใช้อำนาจรังแกคน แถมยังรู้ว่าพ่อของเธอเป็นหัวหน้าหน่วยพยาบาล
ทั้งที่ไม่รู้จักกัน แล้วพวกเธอรู้เรื่องส่วนตัวของเธอได้ยังไง?!
คำตอบมีเพียงอย่างเดียว นั่นคือเสิ่นเจียวเป็นคนบอกพวกเธอ เธอตั้งใจยุแยง อยากยืมมือพวกนั้นมาเล่นงานเธอ!
เซี่ยหรงหรงไม่พูด ไม่ยอมขอโทษ เพียงหันไปมองอีกฟากของฝูงชน สายตาของไจ๋เยว่จึงมองตามไปด้วย
เมื่อครู่ตอนที่เขาเข้ามาในเต็นท์ เขาก็เห็นเสิ่นเจียวตั้งแต่แรก ผมเปียกชุ่ม เสื้อผ้าก็เปียกไม่ต่างกัน เธอยืนห่อตัวอยู่ตรงท้ายแถว ดูตัวเล็กนิดเดียว เหมือนลูกนกน่าสงสารที่ขนเปียกโชก
