หลินหมีออกจากเรือนจำหมายเลข 46 ไปได้ 12 นาที สัญญาณเตือนจากด้านหลังก็ดังขึ้น
ช้ากว่าที่เธอคาดไว้ 3 นาที
ดูท่าว่าตลอด 3 ปีมานี้ พวกเขาจะอัปเกรดระบบสำรองจริง ๆ
เธอหันกลับไปมอง
ประตูชั้นนอกสุดของเรือนจำปิดสนิทแล้ว
หลินหมีละสายตากลับมา อารมณ์ดีไม่น้อย
เมื่อ 3 ปีก่อน วันแรกที่เธอฟื้นขึ้นมาในเรือนจำหมายเลข 46 เธอจำอะไรไม่ได้เลย
คืนนั้น เธอชำแหละหุ่นยนต์ส่งอาหาร แล้วกินมื้อใหญ่เสียหนึ่งมื้อ
วันต่อมา ทางเรือนจำก็เก็บอุปกรณ์ทุกอย่างที่เธอเอื้อมถึงไปจนหมด
หลังจากนั้นก็ทยอยห้ามเธอเข้าใกล้อุปกรณ์เชื่อมต่อเครือข่าย อุปกรณ์บำรุงรักษา และเจ้าหน้าที่เทคนิค
หลินหมีให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
ไม่ให้แตะ เธอก็แค่มอง
เส้นทางส่งอาหาร กฎการเปิดปิดประตู ขั้นตอนการตรวจตรา การจัดตารางซ่อมบำรุง การสลับแหล่งพลังงาน
ตลอด 3 ปี
มากพอให้เธอรื้อเรือนจำหมายเลข 46 ทั้งแห่งในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เมื่อครู่ที่ใช้เวลาเพียงสิบกว่าวินาที ก็แค่ลองมือก่อนจากมาเท่านั้น
ผลลัพธ์ไม่เลว
หลินหมีก้มมองบัญชีของตัวเอง
【ยอดคงเหลือ: 457 เหรียญ】
ไปเขตสิบสาม ราคา 18 เหรียญ
เธอจ้องค่าตั๋วอยู่ 2 วินาที
แล้วก็แตะจ่าย
เสียดายเงินกับการไม่จำเป็นต้องเดินทางสิบกว่าชั่วโมง เป็นคนละเรื่องกัน
รถไฟแนวดิ่งแล่นลงไปเรื่อย ๆ
ช่วงแรกนอกหน้าต่างยังมีอาคารกระจกขนาดใหญ่ สวนลอยฟ้า และถนนที่กว้างเกินจำเป็นให้เห็น
ยิ่งลงไปลึก อาคารก็ยิ่งหนาแน่น
แสงอาทิตย์ถูกตึกด้านบนบดบังจนแตกเป็นริ้ว
ป้ายโฆษณาก็มีมากขึ้นเรื่อย ๆ
โฆษณาส่วนใหญ่ในฤดูกาลนี้เกี่ยวข้องกับการสอบ
【เหลืออีก 23 วันก่อนการสอบร่วมทั่วเขตดาวประจำปี】
【ชั้นเรียนติวเข้มสำหรับยอดฝีมือ เขตหนึ่งชั้นล่าง รับสมัครรอบสุดท้าย】
【ปีนี้มีเพียง 100 ที่นั่ง คุณเตรียมตัวพร้อมหรือยัง?】
สายตาของหลินหมีหยุดอยู่ครู่หนึ่ง
“นี่ 100 ที่นั่งหมายความว่ายังไง?”
เด็กหนุ่มที่นั่งฝั่งตรงข้ามเงยหน้าขึ้น
อายุราว 17-18 ปี บนตักมีเอกสารกองหนา ใต้ตาคล้ำเป็นหมีแพนด้าอย่างเห็นได้ชัด
“อะไรนะ?”
หลินหมีชี้ไปทางป้าย
“อ๋อ เป็นโควตาเข้ามหาวิทยาลัยเขตชั้นบน”
“เขตหนึ่งมี 100 ที่เหรอ?”
สีหน้าของเด็กหนุ่มดูแปลกไปเล็กน้อย
อีกฝ่ายคงไม่เคยเจอคนที่ไม่รู้แม้แต่เรื่องพื้นฐานแบบนี้มาก่อน
“ทุกปีเขตชั้นบนกับเขตชั้นล่างจะเข้าสอบร่วมกัน คนจากโลกชั้นล่างที่ได้คะแนนสูงสุด 100 คนเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์เข้ามหาวิทยาลัยในเขตชั้นบน”
“นี่เป็นโอกาสเดียวในชีวิตที่พวกเราจะได้ขึ้นไปเรียน”
เด็กสาวข้าง ๆ ไม่แม้แต่จะเงยหน้า “ตอนสอบจำลองครั้งก่อน คนได้อันดับ 100 กับ 101 คะแนนห่างกันแค่แต้มเดียว”
“เพราะงั้นตอนนี้ใคร ๆ ก็แทบบ้าแล้ว”
เด็กหนุ่มหัวเราะเยาะ
“ถ้าเก่งจริง ทำไมไม่คิดจะสอบให้ได้ที่หนึ่งล่ะ?”
“ที่หนึ่ง?”
เด็กสาวเงยหน้าขึ้นในที่สุด
“ทำไมไม่หวังให้พวกเขตชั้นบนพร้อมใจกันสละสิทธิ์สอบไปเลยล่ะ?”
เด็กหนุ่ม “...ชิ”
ทั้งสองก้มหน้าทำข้อสอบต่อ
หลินหมีมองไปรอบ ๆ
ผู้โดยสารเกือบครึ่งตู้เป็นนักเรียน
บ้างก็ท่องหนังสือ บ้างก็ทำโจทย์ บ้างก็ใส่หูฟังดูบทเรียน
อุปกรณ์เก่ากว่าเขตชั้นบนอย่างเห็นได้ชัด
แต่ทุกคนตั้งใจมาก
จู่ ๆ หลินหมีก็เอ่ยขึ้น
“ขอดูหน่อยได้ไหม?”
เด็กหนุ่มชะงัก
“อะไรนะ?”
“เอกสารน่ะ”
แม้จะงุนงงอยู่บ้าง แต่เขาก็ดึงเล่มบนสุดส่งให้เธอ
《แนวข้อสอบรวมเพื่อการตัดสินใจ ฉบับติวเข้ม》
หลินหมีรับมา
ช่วงแรกเป็นเรื่องการคำนวณ วิศวกรรม และตรรกะ
ช่วงหลังยังมีสถานการณ์จำลองในเมืองด้วย
โจทย์ข้อหนึ่งจำลองเหตุฉุกเฉินที่หอพลังงาน เขตเมือง 3 แห่งต้องอพยพให้เสร็จภายใน 19 นาที มีเส้นทาง 3 สายที่รองรับปริมาณคนได้ต่างกัน และความเสี่ยงของหนึ่งในเส้นทางยังเปลี่ยนแปลงตามจำนวนผู้คนที่ใช้เส้นทางนั้น
ด้านล่างให้ข้อมูลและค่าตัวแปรมามากมาย
เป็นโจทย์ที่เด็กหนุ่มกำลังขบคิดอย่างหนักอยู่พอดี
หลินหมีเหลือบมอง
“ทำไมมีแค่ 3 ทาง?”
เด็กหนุ่มชะงัก
“โจทย์ให้มาแค่สามทางนี่”
“อ๋อ”
หลินหมีพลิกหน้าต่อไป
10 นาทีต่อมา เธอก็คืนเอกสารให้เขา
เด็กหนุ่มมองเธอ
“อ่านจบแล้วเหรอ?”
“แค่กวาดตาดูรอบหนึ่ง”
“...”
เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เชื่อ
“ติ๊ง— รถไฟถึงเขตสิบสามแล้ว ขอให้ผู้โดยสารลงจากรถอย่างเป็นระเบียบ”
หลินหมีหิ้วสัมภาระลุกขึ้น
พอเดินถึงประตูรถ เธอก็หันกลับไปมอง
เด็กหนุ่มยังติดอยู่กับโจทย์อพยพในเมืองข้อเดิม
“เส้นทางที่สาม”
เด็กหนุ่มเงยหน้า
“อะไรนะ?”
“หาอนุพันธ์เทียบกับค่าความเสี่ยง”
ประตูรถเปิดออก
หลินหมีเดินออกไป
เด็กหนุ่มขมวดคิ้ว ก้มหน้าคำนวณใหม่
ไม่กี่วินาทีต่อมา
ปลายปากกาพลันหยุดชะงัก
วินาทีถัดมา เขาก็ผุดลุกขึ้นทันที
“เดี๋ยวก่อน—”
ประตูรถปิดไปแล้ว
...
เขตสิบสามคึกคักกว่าที่หลินหมีคิดไว้
สองข้างถนนเต็มไปด้วยร้านค้า
ร้านขายอาหาร ร้านซ่อมอุปกรณ์ ร้านรับซื้ออะไหล่เก่า
อาคารค่อนข้างเก่า ป้ายร้านก็ระเกะระกะ กลิ่นอาหารปะปนกับกลิ่นน้ำมันเครื่องในอากาศ
ต่างจากเขตชั้นบนโดยสิ้นเชิง
แต่กลับเต็มไปด้วยชีวิตชีวา
หลินหมีเดินตามที่อยู่บนบัตรประจำตัวเข้าไปด้านใน
ในที่สุดก็หยุดอยู่หน้าอาคารเก่าหลังหนึ่ง
ชั้นล่างเป็นร้านขายเนื้อที่ปิดไปแล้ว
ตัวอักษรบนป้ายเลือนหายไปกว่าครึ่ง
【ร้านขายเนื้อตระกูลหลิน】
เธอมองอยู่ 2 วินาที ก่อนจะหยิบกุญแจออกมา
ดูท่าจะเป็นที่นี่
ชั้นหนึ่ง
ห้อง 101
หลินหมีตรวจสอบที่อยู่อีกครั้ง
เธอสอดกุญแจเข้าไปในรูกุญแจ
หมุนไม่ไป
ลองหมุนอีกครั้ง
ก็ยังไม่ขยับ
กลอนเสียแล้ว
หลินหมีขมวดคิ้วแล้วนั่งยองลง
จู่ ๆ ก็มีเสียงดังมาจากด้านหลัง
“เธอกำลังทำอะไร?”
หลินหมีหันกลับไป
มีเด็กหนุ่มอายุราว 17-18 ปียืนอยู่ตรงหน้าประตูห้องข้าง ๆ
ผมดำสนิท ดวงตาสีแดง ผิวขาวมาก ในอ้อมแขนกอดเอกสารสอบร่วมไว้หลายเล่ม
หน้าตาดี
แต่สีหน้าไม่เป็นมิตรเท่าไร
“เปิดประตู”
เด็กหนุ่มเหลือบมองของในมือเธอ
จากนั้นก็มองกลอนประตูที่ถูกถอดออกไปครึ่งหนึ่ง
“เธอเรียกแบบนี้ว่าเปิดประตูเหรอ?”
“กลอนเสีย”
“ก็เลยถอดมันออก?”
“อืม”
เด็กหนุ่ม “...ลุกขึ้น!”
หลินหมีไม่ขยับ
“ทำไม?”
“นี่บ้านคนอื่น”
“ฉันรู้”
“รู้แล้วยังงัดเข้าไปอีก?”
หลินหมีไม่สนใจเขา แล้วก้มหน้าจัดการกลอนต่อ “เดี๋ยวค่อยอธิบาย”
“ลุงหลินไม่อยู่บ้าน เธอต้องรอเขากลับมาก่อน!”
หลินหมีเหลือบมองป้ายเลขห้อง
“นี่บ้านฉัน”
เด็กหนุ่มโกรธจนหลุดหัวเราะ
“เธอรู้ไหมว่าลุงหลินชื่ออะไร? รู้ไหมว่ามีใครอยู่ในครอบครัวเขาบ้าง?”
หลินหมีคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบอย่างจริงใจว่า
“ไม่รู้”
“เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนบ้านนี้ชื่ออะไร ยังกล้าบอกว่านี่บ้านเธออีกเหรอ?” เส้นเลือดข้างขมับของเด็กหนุ่มกระตุก “เธอนี่มัน—”
กึก
กลอนประตูเปิดออก
หลินหมีใส่แผ่นโลหะที่ถอดออกกลับเข้าที่ แล้วลุกขึ้นยืน
“เรียบร้อย”
เด็กหนุ่มร้อนใจ รีบเข้าไปขวางหน้าประตูทันที
“ห้ามเข้าไป!”
หลินหมีมองเขา กอดอกด้วยท่าทีสบาย ๆ
“เธอชื่ออะไร?”
“โจวซวี่!”
“แล้วเธอกับคนบ้านนี้เป็นอะไร?”
“เพื่อนบ้าน!”
“งั้นมีสิทธิ์อะไรถึงมาขวาง?”
“ก็ไม่ให้เข้า!”
ทั้งสองจ้องหน้ากันอยู่ 2 วินาที
จู่ ๆ ประตูห้องข้าง ๆ ก็เปิดออก
“โจวซวี่ ทำข้อสอบเสร็จหรือยัง ถึงออกมายืนข้างนอก—”
เสียงของผู้หญิงขาดหายไปฉับพลัน
ในมือเธอยังถือทัพพีอยู่
ทันทีที่เห็นหลินหมี เธอก็ยืนนิ่งแข็งค้างอยู่กับที่
ทัพพีหล่นกระทบพื้นดังเคร้ง
โจวซวี่หันกลับไป
“แม่?”
ผู้หญิงคนนั้นไม่สนใจเขา
เอาแต่จ้องหลินหมีเขม็ง
ขอบตาแดงขึ้นแทบจะในทันที
“...หมีหมี?”
ทางเดินเงียบลง
ร่างของโจวซวี่แข็งทื่อ
วินาทีต่อมา เขาหันขวับกลับมา
“อะไรนะ?!”
เอกสารในอ้อมแขนร่วงกระจายลงพื้น
หลินหมีมองผู้หญิงคนนั้นด้วยความสงสัย
“คุณรู้จักฉันเหรอ?”
ขอบตาของผู้หญิงแดงยิ่งกว่าเดิม
“ฉันคือคุณป้าโจว อยู่บ้านข้าง ๆ บ้านเธอไง”
หลินหมีพยักหน้า
“งั้นเมื่อก่อนฉัน...”
แต่จู่ ๆ ก็มีเสียงพลิกหนังสืออย่างเร่งรีบดังขึ้นข้าง ๆ
โจวซวี่นั่งยองอยู่บนพื้น คุ้ยหาอะไรบางอย่างในกองเอกสารที่กระจัดกระจายอย่างบ้าคลั่ง
ไม่นาน
เขาก็ดึงหนังสือเล่มหนึ่งออกมา
《ผู้ได้อันดับหนึ่งในการสอบร่วมทั่วเขตดาวทุกปี》
หน้าหนังสือพลิกพรึ่บ ๆ
แล้วหยุดลง
โจวซวี่ตัวแข็งค้างอยู่ตรงนั้น
เด็กสาวในรูปอายุ 18 ปี
ผมดำ ดวงตาดำ
ยืนอยู่ตรงกลางแท่นรับรางวัล
ด้านล่างมีข้อความอยู่บรรทัดหนึ่ง
โจวซวี่เงยหน้า มองเธออย่างไม่อยากเชื่อสายตา
“แม่!”
เสียงของเขาเปลี่ยนไปเลย
“เธอคือ...หลินหมีคนนั้นจริง ๆ เหรอ?”
คุณป้าโจวหลับตาลง
ครู่ใหญ่ผ่านไป
“...ใช่”
หลินหมีมองตามสายตาของเขาไป
“มีอะไรเหรอ?”
โจวซวี่เงยหน้าพรวด
“เธอไม่รู้เหรอ?”
เสียงของเขาแทบแตก
ดูเหมือนเขาร้อนใจจนไม่รู้ว่าจะเริ่มอธิบายจากตรงไหนดี
“โลกชั้นล่างมีโควตาแค่ 100 ที่ต่อปี แต่คนจากโลกชั้นบนไม่ต้องแย่งชิงโควตา 100 ที่นี่เลย”
“พวกเขาเรียนในโรงเรียนที่ดีที่สุด ใช้อุปกรณ์ที่ดีที่สุด และได้รับการฝึกฝนอย่างครบถ้วนมาตั้งแต่เด็ก!”
“ตอนสอบร่วม พวกเขาก็ยังมาจัดอันดับรวมกับพวกเรา”
โจวซวี่ชี้ไปที่หน้าหนังสือ มือสั่นระริก
“พวกเราต้องดิ้นรนแทบตาย ก็แค่เพื่อแย่งโควตา 100 ที่นั่น”
“แต่เธอไม่ได้เบียดเข้าไป”
เขาจ้องหลินหมี
“เมื่อ 7 ปีก่อน”
“เธอคือคนที่เหยียบผู้เข้าสอบจากเขตชั้นบนทุกคนไว้ใต้ฝ่าเท้า แล้วคว้าอันดับหนึ่งของทั่วเขตดาว!”
