ประตูห้องปิดลงอย่างแผ่วเบา บนเตียงเล็กในห้องด้านใน หว่านหวานหลับสนิทไปนานแล้ว ริมฝีปากน้อยเผยอ เสียงกรนเบาแผ่ว
เย่จิ้งหวงถอดเสื้อตัวนอกออก เหลือเพียงชุดชั้นในสีขาวนวล
เส้นผมดำขลับสยายคลอไหล่ ริมฝีปากแดงเผยอน้อย ๆ คิ้วตาเข้มงามประหนึ่งแต้มหมึก ขับใบหน้างดงามให้เย้ายวนยิ่งขึ้น
เท้าเปล่าเหยียบลงบนพรมขนสัตว์ นางก้าวแผ่วเบามาหยุดตรงหน้ากู้ฝาน
ชั่วพริบตาต่อมา นางก็นั่งคร่อมบนตักของกู้ฝาน แขนทั้งสองโอบรอบลำคอเขา
“บนกายท่านสามีมีกลิ่นหอมสดชื่นของไม้สน... อาเยียนคิดถึงท่านทุกวัน คิดจนแทบคลั่งแล้ว”
แก้มนางซบลงตรงซอกคอเขา น้ำเสียงหวานนุ่มเจือความออดอ้อน ลมหายใจหอมกรุ่นรินรดข้างหูของกู้ฝาน
ใบหูของกู้ฝานแดงระเรื่อ โอบเอวบางไว้แล้วเริ่มคลอเคลียหยอกเย้า
จากนั้นเขาขมวดคิ้วน้อย ๆ ทั้งตำหนิทั้งทะนุถนอม “ผอมลงแล้ว”
“แดนตะวันตกเฉียงเหนือหนาวเหน็บ ทุกวันได้แต่เคี้ยวแผ่นแป้ง ย่อมผอมลงบ้างเป็นธรรมดา”
เย่จิ้งหวงเงยหน้า ดวงตาพราวระยับด้วยหยาดน้ำ ลมหายใจหนักขึ้นเล็กน้อย เปี่ยมด้วยความอาลัยอาวรณ์
“ท่านสามีเอ็นดูข้าให้มากหน่อย เลี้ยงดูอีกสักพักก็กลับมาอ้วนแล้ว”
ยังไม่ทันสิ้นเสียง นางก็เงยหน้าขึ้นจูบเขาก่อน
ความคิดถึงที่สั่งสมมานานประทับลงบนริมฝีปากของกู้ฝาน
ความห่วงหาอาวรณ์ที่อัดอั้นมานานหลอมรวมเป็นหนึ่งในสัมผัสพัวพันของริมฝีปากและปลายลิ้น
กู้ฝานปกติสุขุมสำรวม ทว่ายามนี้ลมหายใจกลับรวนจนเสียจังหวะ
มือใหญ่ประคองท้ายทอยนางไว้ พลิกกลับมาเป็นฝ่ายนำ แล้วเรียกร้องมากยิ่งขึ้น
แพรไหมสีอ่อนเลื่อนหลุดจากไหล่ระหว่างการดึงรั้ง สะท้อนแสงถ่านสีส้มแดงเป็นประกายอบอุ่น
รอยแผลจากสนามรบพาดผ่านผิวขาวผ่อง แม้ไม่อาจทำลายความงามลงแม้แต่น้อย กลับเพิ่มความงามดิบเถื่อนขึ้นหลายส่วน
