หลังครอบครัวกู้ฉื่อเชิงเดินจากไปไกลแล้ว หน้าโต๊ะไม้ก็เงียบลงชั่วครู่
หญิงคนหนึ่งวางเหรียญทองแดงลงบนโต๊ะก่อน
“ฝานเอ๋ย เอาเนื้อให้ข้าสี่ชั่ง ขอเนื้อติดมันเยอะหน่อย ผัวข้าฟันไม่ค่อยดี”
“ได้”
กู้ซานหลินยกมีดหั่นเนื้อ ส่วนกู้ฝานชั่งเนื้อรับเงิน
ไม่นาน ผู้คนก็พากันเข้ามามุงอีกครั้ง
เมื่อครู่นางฟางนั่งลงกับพื้น แต่กลับไม่ได้ทำให้ผู้คนซื้อเนื้อลำบาก หมูที่เหลืออยู่ครึ่งตัวก็ลดลงไปอีกครึ่งอย่างรวดเร็ว
กู้ชูนั่งยองอยู่ข้างหีบเงิน จัดเหรียญทองแดงให้เป็นกอง กองละสิบเหรียญ
กู้เหอเหมียวรับหน้าที่ใช้เชือกฟางร้อยเหรียญ ทั้งสองยุ่งจนไม่ทันได้เงยหน้า
ชายคนหนึ่งซื้อเนื้อเสร็จแล้วจงใจถามว่า “ฝานเอ๋ย เนื้อหมูพวกนี้ไม่เหลือไว้ให้ท่านปู่ท่านย่าจริงหรือ”
“หนังสือตัดขาดญาติถึงที่ว่าการอำเภอแล้ว จะให้ก็เป็นน้ำใจ ไม่ให้ก็เป็นเรื่องสมควร”
ชายคนนั้นฉีกยิ้ม
“พูดได้มีเหตุผล”
คนข้าง ๆ กล่าวเสริมว่า “ตอนฝานเอ๋ยเพิ่งแยกครัวออกมา แม้แต่ประตูบ้านยังปิดไม่สนิท ก็ไม่เห็นบ้านเดิมส่งข้าวมาให้สักเม็ด พอวันนี้ล่าหมูป่าได้ กลับมีคนรีบมานับญาติถึงที่”
“แถมอ้าปากมาก็ขอเนื้อไปครึ่งตัว”
“หน้าหนา กินเยอะก็ไม่แปลก”
ผู้คนพากันหัวเราะครืน
กู้ฝานไม่ได้แสดงความเห็นและไม่ได้หัวเราะตาม เพียงยื่นเนื้อที่ชั่งเสร็จแล้วส่งให้คนซื้อ
เมื่อคำพูดในวันนี้แพร่ออกไป ต่อให้นางฟางคิดจะใช้ความกตัญญูมากดดันเขาอีก ก็คงไม่มีคนในหมู่บ้านเชื่อสักเท่าไรแล้ว
ตะวันค่อย ๆ คล้อยต่ำ เนื้อหมูบนโต๊ะเหลืออยู่ราวห้าสิบชั่ง กระดูกหมูกับเครื่องในก็ถูกซื้อไปไม่น้อย
กู้ซานหลินเช็ดมีด แล้วก้มมองหีบเงิน
