เหล่าภรรยาทหารมองหน้ากัน สีหน้าค่อย ๆ บึ้งตึงลง
พอจางชุยฮวาได้ยินว่าลูกชายของตัวเองเรียนตัวอักษรผิดมาเป็นกอง ก็โกรธจนแทบควันออกหู แต่จะระเบิดอารมณ์ใส่กันตรง ๆ ก็ไม่สะดวกนัก อย่างไรไป๋เว่ยก็เป็นคนที่หลิวฟางเชิญมาอยู่ด้วย ส่วนหลิวฟางก็เป็นคู่หมั้นของรองผู้การเฉิน จะไม่ไว้หน้ากันเลยก็คงไม่ได้
“เอ่อ... พยาบาลไป๋สอนเร็วเกินไปหรือเปล่า เด็ก ๆ อาจฟังไม่ทันก็ได้?” ภรรยาทหารคนหนึ่งลองพูดไกล่เกลี่ย
“ฟังไม่ทันอะไรกัน!” หู่จื่อไม่ยอม “เธอเขียนผิดต่างหาก! วันนั้นพี่เซินถังก็บอกแล้วว่าเธอเขียนผิด! ในหนังสือเรียนก็เขียนเหมือนที่พี่เซินถังบอกเลย!”
พอได้ยินคำพูดนี้ เหล่าภรรยาทหารที่อยู่ตรงนั้นก็เงียบกริบ
หลายคนสบตากันอย่างมีนัย
ก่อนหน้านี้ไป๋เว่ยยืนกรานว่าตัวเอง “มีความรู้” ทั้งยังเหน็บแนมว่าเซินถังเป็น “สาวบ้านนอกไร้การศึกษา” แล้วผลเป็นอย่างไร? สอนไปได้ไม่กี่วันก็ผิดพลาดเต็มไปหมด ถึงกับทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าในเรื่องที่แม้แต่นักเรียนประถมยังดูออก
กลับเป็นเซินถัง “สาวบ้านนอก” ที่เธอดูแคลนต่างหาก แค่แก้ตัวอักษรให้ส่ง ๆ ก็ตรงกับที่คุณครูในโรงเรียนสอนเป๊ะ
“ฉันว่า...” จางชุยฮวาเคี้ยวเมล็ดแตงพลางลดเสียงกระซิบกับคนข้าง ๆ “พยาบาลไป๋คนนี้คงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองมีความสามารถแค่ไหน ยังมีหน้ามาว่าคนอื่นอย่างเซินถังไม่มีความรู้ ฉันว่าเธอนั่นแหละที่รู้แค่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ!”
“นั่นสิ... แต่เธอเป็นคนที่หลิวฟางเชิญมา พวกเราก็พูดอะไรไม่ได้หรอก”
“ฮึ พูดไม่ได้ก็ส่วนพูดไม่ได้ แต่ต่อไปหู่จื่อบ้านฉันจะไม่ไปเรียนกับเธอแล้ว กลับมาได้ตัวอักษรผิด ๆ ตั้งเยอะ พอเปิดเทอมสอบได้ท้ายแถว ใครจะรับผิดชอบ?”
เหล่าภรรยาทหารพูดกันคนละคำสองคำ แม้จะเกรงใจหลิวฟางจนไม่เปิดหน้าชนกันตรง ๆ แต่ความไม่พอใจที่เก็บไว้ลับหลังกลับค่อย ๆ พอกพูนขึ้นราวกับแป้งที่กำลังหมัก
