ลู่เหยี่ยนจือไม่ได้ตอบ ใบหูของเขาแดงระเรื่อขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเบือนสายตาไปทางอื่น
“ขอปิดเป็นความลับไปก่อน สรุปว่าไม่ใช่เซินถัง” เขากล่าว
จากนั้นก็หันไปหามู่ชิงหาน น้ำเสียงเปิดเผยตรงไปตรงมา “ผู้การมู่ เซินถังเป็นคนของคุณ ผมรู้มาตั้งแต่ต้นจนจบแล้ว”
เขายักไหล่
“ผมไม่ได้ตาบอดสักหน่อย ทุกครั้งที่คุณไปรับเธอหลังเลิกเรียน เอาซุปไปให้ หรือช่วยพวกเราจัดการโครงการบ่อกุ้ง ใครจะไม่รู้บ้างล่ะ”
มุมปากของมู่ชิงหานขยับเล็กน้อย
“ผมแค่คิดว่า...” ลู่เหยี่ยนจือพูดต่อ “ภรรยาของคุณเป็นอัจฉริยะด้านวิชาการ ถ้าผมไม่คุยเรื่องปัญหาต่าง ๆ กับเธอ ก็เท่ากับปล่อยของดีให้เสียเปล่า อีกอย่าง ผมไม่ได้มีอะไรในใจ จะต้องหลบเลี่ยงข้อครหาไปทำไม นี่ไม่ใช่สังคมเก่าสักหน่อย ยังจะมาถือเรื่องชายหญิงต้องเว้นระยะอะไรแบบนั้นอีกหรือ”
ภรรยาของคุณ
สามคำนั้นทำให้ใบหูของมู่ชิงหานร้อนผ่าว หัวใจราวกับถูกน้ำอุ่นลูบไล้จนชุ่มชื่น
เขาไม่ได้ปฏิเสธ ความขุ่นข้องที่สะสมอยู่ในใจก่อนหน้านี้พลันมลายหายไป มองลู่เหยี่ยนจือแล้วก็รู้สึกถูกชะตาขึ้นมาก
เซินถังหน้าแดงจัด “ครูลู่พูดอะไรน่ะ ใครเป็นภรรยาของเขากัน!”
ลู่เหยี่ยนจือแบมือ “ก็เห็นกันชัด ๆ อยู่แล้วไม่ใช่หรือ หรือว่าไม่ใช่? ใคร ๆ ก็รู้เรื่องของพวกคุณทั้งคู่”
เซินถังเหลือบมองมู่ชิงหาน
เขาก็มองเธอเช่นกัน
สายตาของทั้งสองประสานกันกลางอากาศ ก่อนจะรีบเบือนหนีไปพร้อมกัน
กู้เนี่ยนฉือยืนอยู่ข้าง ๆ มองทุกอย่างอยู่เงียบ ๆ
ท่าทีคลุมเครือระหว่างคนทั้งสอง
