เธอไม่กล้ามองตาของมู่ชิงหาน เพราะคำพูดนั้นขัดกับใจ ทั้งที่เธอคิดว่าลู่เหยี่ยนจือดีเลิศ แต่ต่อหน้าคู่หมั้นของเซินถังอย่างมู่ชิงหาน เธอทำได้เพียงชมเซินถัง แล้วบอกว่าลู่เหยี่ยนจือไม่คู่ควร
“เขาอยู่ที่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือมาสามปีแล้ว ไม่มีทั้งเวทีให้แสดงความสามารถและอนาคต แม้แต่การทดลองของตัวเองก็ยังรักษาไว้ไม่ได้ หากไม่ได้คุณช่วย เขาคงไม่มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันด้วยซ้ำ”
“ฉันแค่คิดว่าเซินถังควรได้คนที่ดีกว่านี้ค่ะ”
มู่ชิงหานมองเธอที่ไม่กล้าสบตาเขา พูดติดขัดอยู่บ้าง แต่ก็ยังยืนกรานพูดจนจบ
แม้เธอกับเซินเหยาจะมาหาเขาเพราะลู่เหยี่ยนจือเหมือนกัน แต่จุดประสงค์ของทั้งคู่ต่างกัน เซินเหยามุ่งมาที่เขา ส่วนกู้เนี่ยนฉือเพียงไม่ยอมให้ความรักของตัวเองจบลงโดยไร้ผล จึงพยายามไขว่คว้า ไม่ได้ตั้งใจใส่ร้ายใคร
ผู้หญิงคนนี้ก็ทุ่มเทให้ลู่เหยี่ยนจือไม่น้อย
เขาเอ่ยถามว่า “แล้วคุณกู้คิดว่าอะไรถึงจะเรียกว่าดีกว่าล่ะ?”
กู้เนี่ยนฉือชะงักไป เธอไม่คิดว่ามู่ชิงหานจะรับคำพูดของเธอต่อ
“ฉัน... ฉันคิดว่าคุณกับคุณหนูเซินเหมาะสมกันที่สุดค่ะ”
มู่ชิงหานยิ้มออกมาเพียงชั่วครู่ เขารู้ว่าเธอตั้งใจประจบ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ
เขาลุกขึ้น หยิบไม้เท้ามาถือไว้ “ในเมื่อคุณกู้พูดแบบนี้ งั้นไปดูกันเถอะ”
หัวใจของกู้เนี่ยนฉือเต้นเร็วขึ้นอย่างกะทันหัน
เขาจะไปหรือ? ไปสถานีเกษตรหรือ?
ไปเผชิญหน้ากับ—
“ผู้การมู่ คุณ...”
“คุณกู้ คุณมาหาผม ผมเข้าใจว่าคุณหมายถึงอะไร” น้ำเสียงของมู่ชิงหานเรียบเฉย “ผมเองก็มีเรื่องอยากพูด แทนที่จะคาดเดาเรื่องแบบนี้ พูดกันต่อหน้าให้ชัดเจนดีกว่า ควรรุกก็รุก ควรถอยก็ถอย ต่างคนต่างตัดสินใจเองได้”
