เซินถังก้มมองมือของเขาที่จับข้อมือเธอไว้ นิ้วโป้งกดอยู่ตรงขอบกำไล
ไม่ใช่แค่จับมือกันหลวม ๆ แต่กลับยึดไว้แน่น ราวกับกำลังยืนยันบางอย่าง หรือไม่ก็ประกาศความเป็นเจ้าของ
ช่างเถอะ วันนี้อธิบายมามากพอแล้ว ยิ่งแก้ตัวยิ่งเหมือนมีพิรุธ
เธอจึงไม่พูดอะไรอีก แค่ตอบว่า “อ้อ” แล้วเดินตามเขาไปอย่างว่าง่าย
มู่ชิงหานเห็นเธอว่าง่ายอย่างที่หาได้ยาก ความอึดอัดในใจก็ค่อยคลายลง มือที่จับเธอไว้ยิ่งกระชับแน่นขึ้น
ทั้งสองคนเดินออกจากสถานีเกษตร โดยมีคนหนึ่งนำหน้า อีกคนเดินตามหลัง
เสียงไม้เท้าสลับกับเสียงฝีเท้าก้องสะท้อนท่ามกลางแสงแดดยามบ่าย
……
ความเปลี่ยนแปลงของโลกภายนอกไม่เกี่ยวข้องกับสถานกักกัน ชีวิตในนั้นนิ่งสนิทราวกับผืนน้ำไร้คลื่น
เซินเหยาใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นครบหนึ่งเดือน
วันที่เธอออกมาเป็นวันที่ฟ้าครึ้ม
ประตูเหล็กของสถานกักกันปิดลงด้านหลังพร้อมเสียง “ปัง” เธอยืนอยู่หน้าประตู สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ
ในอากาศมีกลิ่นฝุ่น และยังมีกลิ่นอิสรภาพด้วย
หนึ่งเดือน 30 วัน
เธอนับวันผ่านไปทีละนิ้ว ผอมลงไปทั้งตัว แก้มตอบ โหนกแก้มเด่นชัด ริมฝีปากแห้งแตก ผมแห้งกระด้างเหลืองซีด ดูราวกับต้นหญ้าที่ถูกถอนรากแล้วตากแดดทิ้งไว้หนึ่งเดือน
ไม่มีใครมารับเธอ
เซินกั๋วผิงไม่มา หลี่เจวียนก็ไม่มา
เรื่องหนูตายทำให้ขายหน้าเกินไป
เธอยืนรออยู่หน้าสถานกักกัน 10 นาที เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครมา จึงกำถุงผ้าที่ใส่เสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนไว้แน่น แล้วหันหลังเดินไปทางตัวเมือง
เงินติดตัวเหลืออยู่ 3 หยวน 2 เหมา ตอนเข้าไปถูกค้นตัวและยึดเงินสดไว้ พอออกมาจึงคืนให้
เธอไม่ได้กลับตระกูลเซิน
แต่ไปหาก๊อกน้ำสาธารณะในตัวเมืองล้างหน้า แล้วนั่งพิงกำแพงด้านนอกสหกรณ์ขายสินค้า กัดหมั่นโถวเย็น ๆ ไปครึ่งลูก
