อาศัยแสงไฟสลัว เซินถังขอยืมหัวไชเท้าจากครัวหลังมาหนึ่งหัว แล้วนั่งยอง ๆ ฝึกฝีมือใช้มีดอยู่ในลานบ้าน เธอฟันลงไปฉับเดียว หัวไชเท้าขาดออกจากกันก็จริง แต่ชิ้นหนาบางไม่เท่ากัน แถมใบมีดยังลื่นไถล—
“ซี๊ด!” เซินถังสูดปากด้วยความเจ็บปวด นิ้วชี้มือซ้ายถูกบาดเป็นแผลทันที เลือดสีแดงสดไหลหยดลงมา
เธอถอนหายใจ ล้างแผลลวก ๆ ด้วยน้ำสะอาด แล้วหาผ้าก๊อซสะอาดมาพันไว้
ฝีมือใช้มีดห่วยแตกนี่ ช่างเป็นจุดตกต่ำในเส้นทางอาชีพของนักวิทยาศาสตร์ตัวแม่เสียจริง!
ลมกลางคืนเย็นสบาย พัดพาความแห้งแล้งอันเป็นเอกลักษณ์ของภาคตะวันตกเฉียงเหนือมาด้วย เซินถังเหนื่อยมาทั้งวันจนแทบหมดแรง แม้แต่แผลที่มือก็ไม่มีเวลาสนใจว่าปวดแค่ไหน เธอล้มตัวลงบนเตียงไม้แข็ง ๆ แล้วผล็อยหลับไปอย่างสะลึมสะลือ
ในความฝันมีแต่หัวไชเท้าหั่นเป็นเส้นที่ถูกหลิวเหมยหัวเราะเยาะว่า “หั่นออกมาเหมือนไม้กระบอง”
——
เช้าตรู่วันที่สาม เสียงแตรทหารอันกึกก้องกรีดผ่านท้องฟ้า เซินถังผุดลุกขึ้นนั่งบนเตียงทันที
ทันทีที่ลืมตา เสียงอิเล็กทรอนิกส์ใสกังวานสองเสียงก็ดังขึ้นในหัวอย่างกะทันหัน
【ติ๊ง—ตรวจพบผักกาดขาวทนแล้งสุกพร้อมเก็บเกี่ยวแล้ว! อัตราการรอด 100%!】
【ยินดีกับโฮสต์ที่ปลูกพืชสำเร็จเป็นครั้งแรก! ค่าประสบการณ์พื้นที่เกษตรกรรมวิเศษดวงดาว +100!】
สุกแล้ว?! แค่สองคืนก็โตเต็มที่แล้วงั้นเหรอ?!
เซินถังไม่ทันแม้แต่จะสวมรองเท้าให้เรียบร้อย ก็ผลักประตูแล้ววิ่งพรวดออกไปยังลานบ้าน
แปลงดอกไม้บนที่ดินเค็มซึ่งเดิมแตกระแหงจนเป็นสีขาว บัดนี้กลับเต็มไปด้วยผักกาดขาวต้นเล็ก ๆ เขียวชอุ่ม สดฉ่ำ และเบียดเสียดกันเป็นกระจุก!
ใบผักแวววาวชวนกินอยู่ท่ามกลางแสงอรุณ แต่ละต้นอวบแน่นสมบูรณ์ เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา หากไม่ได้เห็นกับตา ใครจะเชื่อว่านี่คือผักที่เติบโตบนทะเลทรายสุดแห้งแล้งจนแม้แต่ต้นหอมยังปลูกไม่ขึ้น?!
