“ใช่ ๆ ก็คือเขานั่นแหละ พี่จำเก่งจัง” เซินเหยาพยักหน้า รอยยิ้มไร้เดียงสา
“ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจ แต่รู้สึกว่าแนวคิดของเขาน่าสนใจดี เหมือนจะเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในพื้นที่ดินเค็มด้วย ใช้ได้จริงอยู่ใช่ไหมคะ? พ่อคิดว่ายังไงคะ?”
กู้จิ่งเซินขมวดคิ้วเล็กน้อย
แน่นอนว่าเขาอ่านบทความของเจิ้งเสวียหลินแล้ว
ไม่ใช่แค่อ่าน แต่โครงการที่เจิ้งเสวียหลินใช้บทความนี้ผลักดัน ยังถูกตีกลับไปถึงสองครั้ง
ฉาบฉวยไร้สาระ แถมยังห่วยแตกสิ้นดี
เขาหลับตาลงครู่หนึ่ง ข่มคำสบถในใจเอาไว้
“เนี่ยนฉือ”
“คะ พ่อ?” เนี่ยนฉือตอบรับ
“กลับไปจัดชั้นหนังสือของลูกเสียหน่อย อย่าเอาของไร้สาระอะไรต่อมิอะไรมาวางไว้หมด ของที่ควรทิ้งก็ทิ้งไป”
“ทราบแล้วค่ะ พ่อ”
คำพูดนี้ชัดเจนว่าเป็นการบอกว่าบทความของเจิ้งเสวียหลินเป็นขยะทางวิชาการ
ทั้งยังแสดงให้เห็นว่าเขาดูแคลนตัวเจิ้งเสวียหลินอย่างยิ่ง
แน่นอนว่าเซินเหยาเข้าใจความหมายเช่นกัน แต่เธอไม่ยอมแพ้ทั้งที่ยังไม่ทันเริ่ม
ที่สำคัญกว่านั้น ถ้าเป็นแบบนี้แล้วเธอจะกลับไปอธิบายกับเจิ้งเสวียหลินอย่างไรล่ะ!
“พ่อ… ถึงจะตีพิมพ์ในวารสารแล้ว แต่คงไม่ได้แย่ขนาดนั้นมั้งคะ… หนูแค่รู้สึกว่าอ่านแล้วมีเหตุผลดี พ่อยุ่งขนาดนี้ ถ้ามีโครงการดี ๆ ถูกมองข้ามไปก็น่าเสียดายแย่… ลองอ่านอีกสักครั้งดีไหมคะ?”
“พ่อเป็นคนรับผิดชอบเรื่องนี้ไม่ใช่เหรอคะ เขาว่ากันว่าคนเป็นผู้ใหญ่ใจต้องกว้าง ยิ่งต้องรู้จักเปิดใจ ไม่ควรเอาความชอบส่วนตัวมาตัดสินนะคะ”
ตะเกียบของเซี่ยหว่านหรูกับเนี่ยนฉือหยุดชะงักพร้อมกัน
