พอคำพูดนี้หลุดออกมา เหล่าภรรยาทหารที่แอบเงี่ยหูฟังเรื่องสนุกอยู่ข้าง ๆ ก็พากันสีหน้าเปลี่ยนไป
“อาหารสัตว์เหรอ? พูดจาน่ากลัวเกินไปแล้ว…”
“อย่าบอกนะว่าเป็นเรื่องจริง? เสี่ยวอันเพิ่งหกขวบเอง ถ้ากินจนเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไง…”
“เซินถังมาจากชนบท ใครจะไปรู้ว่าไปเอาของแปลก ๆ พวกนั้นมาจากไหน…”
เสียงกระซิบกระซาบแผ่กระจายไปในพริบตา บางคนเริ่มมองไปทางเซินถังด้วยสายตาเคลือบแคลง
หลินเฉียวเจินเองก็หน้าซีดไปชั่วขณะ มือที่ถือชามอยู่กำแน่นโดยไม่รู้ตัว
หวังซิ่วเหลียนโกรธจนตัวสั่น กำลังจะอ้าปากสวนกลับ ทว่าเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลังอย่างไม่รีบร้อน
“อาหารสัตว์เหรอ?”
เซินถังหิ้วตะกร้าผักที่เพิ่งเก็บจากแปลงดอกไม้มา ไม่รู้เดินมาตั้งแต่เมื่อไร เธอวางตะกร้าลง ปัดดินจากมือ แล้วมองไป๋เว่ยด้วยรอยยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
“พยาบาลไป๋ วิชาโภชนาการที่คุณเรียนมา เรียนช่องทางเดียวกับใบประกอบวิชาชีพพยาบาลหรือเปล่า?”
ไป๋เว่ยหน้าแข็งทื่อ นึกถึงความอัปยศที่ถูกผู้อำนวยการลงโทษขึ้นมาได้ จึงจ้องเซินถังอย่างเคียดแค้น “อย่าพูดเรื่องอื่น! ฉันพูดถึงซอสของเธอ ต่างหาก เหลืองเหมือนสีย้อมขนาดนั้น กล้าพูดไหมว่าไม่ได้ใส่ของแปลก ๆ ลงไป?”
“สีเหลืองทองนั่นเรียกว่าขมิ้น” เซินถังตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน น้ำเสียงสงบนิ่งราวกับกำลังสอนนักเรียน “ตำราเปิ่นเฉ่ากังมู่บันทึกไว้ว่า ขมิ้นมีฤทธิ์อุ่น รสเผ็ด เข้าสู่เส้นลมปราณม้ามและตับ ช่วยสลายเลือดคั่ง กระตุ้นการไหลเวียนพลัง ปรับรอบเดือน และบรรเทาอาการปวด งานวิจัยสมัยใหม่ก็ยืนยันว่าขมิ้นชันช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำย่อยและเพิ่มความอยากอาหาร อีกทั้งยังช่วยฟื้นฟูม้ามและกระเพาะอาหารที่อ่อนแอหลังเจ็บป่วยได้”
