รถจี๊ปแล่นออกจากหวังฝู่จิ่ง เซินถังนั่งอยู่เบาะข้างคนขับ มือยังหิ้วชุดกระโปรงปู้ลาจีที่ซูหมิงเยว่ซื้อมา
“ครูโจวจะมาหาฉันหรือเปล่าคะ?” เธอเหลือบมองมู่ชิงหาน
มู่ชิงหานมองตรงไปข้างหน้า “มา”
“จริงเหรอ?”
“ไม่จริง”
“คุณนี่...” ใบหน้าของเซินถังแดงระเรื่อ ไม่รู้ว่าเพราะอากาศร้อน โมโห หรือเขินกันแน่
“ฉันยังเดินไม่ทั่วเลยนะ! ทำไมถึงมารับฉันกลับไปแล้วล่ะ!”
“อากาศร้อน อยู่ข้างนอกนานเกินไปจะเป็นลมแดดได้ง่าย”
...ช่างเถอะ
เธอคร้านจะเปิดโปงความคิดของเขา
“แล้วกระโปรงตัวนี้ที่พี่หมิงเยว่ซื้อให้ คุณว่าเป็นยังไงบ้าง?” ระหว่างรอสัญญาณไฟแดง เธอจงใจหยิบชุดกระโปรงปู้ลาจีออกมาแกว่งตรงหน้าเขา
มู่ชิงหานเหลือบมอง สีเหลืองอ่อนลายดอกเล็ก ๆ เป็นสีที่ดูสดใสน่ารัก
“ก็ใช้ได้”
“แค่ใช้ได้เองเหรอ? งั้นฉันเอาไปคืนดีกว่า”
“ไม่ต้อง” มือของมู่ชิงหานเลื่อนจากคันเกียร์มาทับมือเธอไว้ “กลับไปลองให้ฉันดู”
เซินถังมองมือที่เขากุมมือเธอไว้ มือของเขาร้อนมาก
เธอลองขยับ แต่เขาจับแน่นจนดึงไม่ออก
“ร้อนนะ อย่าจับฉัน ตั้งใจขับรถดี ๆ”
มุมปากของชิงหานยกขึ้นเล็กน้อย “ร้อนเหรอ? แล้วเมื่อกี้ยังจะเดินเที่ยวอยู่เลย?”
พูดจบเขาก็คลายมือ
เซินถังรู้สึกเหมือนมือว่างเปล่าไปนิด แต่ก็ไม่กล้าจับมือเขาอีก
“ไป กลับบ้านกินข้าวกัน แม่บ่นถึงเธอ บอกว่าผอมเกินไป พ่อก็ให้คนไปซื้อกับข้าวตั้งแต่เช้าแล้ว”
เซินถังชะงักไปครู่หนึ่ง “พี่ชิงหาน ครอบครัวพี่ดีเกินไปแล้วค่ะ...ทั้งคุณอาหลิน คุณลุงมู่ แล้วก็พี่เฉิงหยวนก็เป็นแบบนี้หมด ตอนแรกฉันนึกว่า...”
ชาติก่อนเธอไม่เคยมีความรัก ยิ่งไม่เคยแต่งงาน แต่ระหว่างทำการทดลอง เธอก็มักจะเปิดดูละครสั้น ๆ ซึ่งเต็มไปด้วยเรื่องราวประหลาด ๆ พล็อตน้ำเน่าและแปลกพิสดารจนทำให้ตาลาย
แน่นอนว่าเธอไม่ได้โง่ถึงขั้นเชื่อไปเสียทุกเรื่อง แต่ก็ไม่ได้คิดว่าชีวิตหลังแต่งงานของเจ้าชายกับเจ้าหญิงในเทพนิยายจะต้องมีความสุขเสมอไป
เมื่อเห็นเรื่องเลวร้ายในตระกูลเซิน ต่อให้ตระกูลมู่มีอคติกับเธอจริง ๆ เธอก็ยังคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ แต่ตอนนี้คุณอาหลินกับคนอื่น ๆ กลับจริงใจกับเธอมาก จนเธอรู้สึกเหมือนได้รับความเอ็นดูเกินคาด
