นอกเขตบ้านพักของเขตทหาร
ช่วงเช้า
เซินเหยายืนอยู่ตรงปากตรอก มองประตูเขตบ้านพักอยู่ไกล ๆ
ตั้งแต่ครั้งก่อนที่เธอพาพ่อแม่มาก่อเรื่อง ยามเฝ้าประตูคงจำเธอได้แล้ว เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ กำลังเตรียมใจเดินเข้าไปตื๊อทั้งที่รู้สึกกระอักกระอ่วน ทว่า…
มีคนกลุ่มหนึ่งเดินออกมาจากประตูเขตบ้านพัก
เซินเหยาหดตัวเข้าไปหลบมุมตรอกโดยอัตโนมัติ ก่อนซ่อนอยู่หลังต้นไหวโบราณต้นหนึ่ง
คนที่เดินนำหน้าคือเซินถัง เธอสวมเสื้อบุฝ้ายสีเทา มัดผมหางม้า และถือสมุดบันทึกอยู่ในมือ
ข้างกายคือมู่ชิงหาน เขาใช้ไม้ค้ำยันข้างเดียว เสื้อคลุมทหารพาดอยู่บนไหล่ สีหน้าดูดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับครั้งก่อนที่ได้พบกัน
คนที่สามซึ่งเดินตามหลังมาเป็นหญิงสาววัยรุ่นคนหนึ่ง
เธออายุราวยี่สิบสามยี่สิบสี่ปี ผมยาวสยายประบ่า บุคลิกอ่อนโยน สวมเสื้อโค้ตผ้าขนสัตว์สีน้ำเงินอ่อน
เซินเหยาไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้ แต่สายตาของเธอหยุดอยู่ที่เสื้อโค้ตตัวนั้นครู่หนึ่ง แค่มองก็รู้แล้วว่าเป็นเนื้อผ้าที่สหกรณ์จัดซื้อคงไม่มีขาย
ตอนนั้นเอง คนที่สี่ก็วิ่งพรวดออกมาจากประตูเขตบ้านพัก
เป็นลู่เหยี่ยนจือ เขายังกำซองจดหมายสีน้ำตาลไว้ในมือ หอบหายใจอย่างหนัก
“เนี่ยนฉือ!” เขาเรียกกู้เนี่ยนฉือไว้ แล้วยื่นซองจดหมายให้ “ช่วยเอานี่ไปให้ครูโจวหน่อย เป็นข้อมูลเพิ่มเติมของเดือนที่แล้ว ส่งไปรษณีย์ช้าเกินไป ส่วนโทรเลขก็แพง คุณเอากลับไปให้เลยก็แล้วกัน”
กู้เนี่ยนฉือรับซองจดหมายมาแล้วพยักหน้า “ได้ค่ะ พอกลับถึงเมืองหลวงแล้ว ฉันจะเอาไปให้ครูโจว”
“แล้วก็…พรุ่งนี้ยังต้องไปทำการทดลองอีก งานแน่นมาก อาจไปส่งคุณไม่ได้แล้ว” ลู่เหยี่ยนจือเกาหัว เผยสีหน้าเก้อเขินออกมาอย่างหาได้ยาก “พอถึงเมืองหลวงแล้วส่งโทรเลขมาบอกฉันด้วยนะ แค่บอกว่าถึงแล้วก็พอ ระหว่างทาง…ระวังตัวด้วย”
