เธอส่ายหน้า
“ฉันไม่โทษพวกเขาหรอก ฉันรู้ดีว่า...คนอย่างฉันไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรทั้งนั้น”
เธอเงยหน้ามองกู้เนี่ยนฉือ ดวงตาแดงเรื่อขึ้นเล็กน้อย แต่ยังฝืนกลั้นน้ำตาเอาไว้
“ขอโทษนะคะพี่ อยู่ดี ๆ ฉันก็พูดเรื่องพวกนี้กับพี่ทำไมก็ไม่รู้ พี่เป็นคนต่างถิ่น...” เธอรีบเช็ดหางตา “พี่กินต่อเถอะค่ะ ฉันไม่รบกวนแล้ว” พูดพลางทำท่าจะลุกขึ้นเดินจากไป
ท่าทางน่าสงสารเช่นนี้ทำให้หัวใจกู้เนี่ยนฉือกระตุกวูบ
ช่วงหลายวันมานี้ เธอสังเกตจากท่าทีของคนในบ้านพักทหารได้ลาง ๆ ว่าเซินถังกับน้องสาวไม่ค่อยสนิทกัน คิดไม่ถึงเลยว่าที่แท้จะมีเรื่องราวเบื้องหลังเช่นนี้
“นั่งลงก่อน” น้ำเสียงของกู้เนี่ยนฉืออ่อนโยนขึ้นโดยที่เจ้าตัวไม่ทันรู้ตัว “มีเรื่องอะไรที่ไม่สะดวกพูดข้างนอก ก็บอกฉันได้นะ จริง ๆ แล้วฉันก็มีน้องสาวเหมือนกัน”
เซินเหยาเงยหน้ามองเธอ “พี่มีน้องสาวด้วยเหรอคะ ถ้าอย่างนั้นพี่ต้องเป็นพี่สาวที่ดีแน่ ๆ”
“ฉันไม่ใช่หรอก” กู้เนี่ยนฉือหัวเราะขื่น ๆ “น้องสาวของฉัน...หายตัวไปตั้งแต่ยังเล็กมาก”
“เป็นเพราะฉัน...ดูแลเธอไม่ดีเอง”
เซินเหยาเบิกตาขึ้นเล็กน้อย หายตัวไปอย่างนั้นหรือ “พี่...”
“พ่อกับแม่...” มุมปากกู้เนี่ยนฉือกระตุกน้อย ๆ “จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ให้อภัยฉัน”
เธอยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มจนหมดในอึกเดียว
“เพราะเรื่องนี้ แม่ถึงกับเปลี่ยนชื่อให้ฉัน”
เธอหยุดไปครู่หนึ่ง
กู้เนี่ยนฉือรู้สึกว่าวันนี้ตัวเองพูดมากไปหน่อย แต่เด็กสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้ากลับเรียกเธอว่าพี่สาวอย่างระมัดระวังและหวาดหวั่น
