สองวันต่อมา
ใกล้สถานีรถไฟกว่างโจว ตำรวจพบจ้าวเจี้ยนฮุยในโรงแรมเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง
เขาซ่อนตัวอยู่ในห้องแคบ ๆ ที่ขึ้นรา เคราครึ้มเบ้าตาลึกโหล บนโต๊ะมีจดหมายที่เขียนค้างไว้ฉบับหนึ่ง เปิดต้นจดหมายว่า “เหยาหยา ฉันมาถึงแล้ว...”
“พวกคุณ! พวกคุณหาผมเจอได้ยังไง? ผม...”
ตำรวจไม่พูดอะไรสักคำ
ตอนถูกใส่กุญแจมือ เขาถามว่า “เหยาหยาเป็นคนบอกหรือ?”
“อย่าคาดเดาสุ่มสี่สุ่มห้า ห่วงเรื่องของตัวเองเถอะ” ตำรวจเหลือบมองเขา ไม่ได้พูดอะไรต่อ ตามระเบียบแล้วพวกเขาต้องคุ้มครองพยาน
แต่จ้าวเจี้ยนฮุยก็เดาได้จากสีหน้าของอีกฝ่าย
ต้องเป็นเธอแน่ มีแค่เธอที่รู้ว่าเขาไปไหน ก่อนออกเดินทางเขาไปหาแค่เธอ บอกเรื่องนี้กับเธอคนเดียว แม้แต่แม่แท้ ๆ ของตัวเองเขายังไม่ได้บอก
แต่เธอกลับหักหลังเขา...
เซินเหยาที่เคยว่าง่ายและมองเขาด้วยสายตาชื่นชมเสมอ คาดไม่ถึงว่าจะหักหลังเขา...
จ้าวเจี้ยนฮุยหลับตาลง
เธอไม่ได้บอกหรือว่าจะกลับมาหาเขา? คำพูดของเธอล้วนเป็นเรื่องโกหก
เขาพาเธอไปกินข้าวนอกบ้าน ซื้อเสื้อผ้าให้เธอ เอาของดีทุกอย่างมากองไว้ตรงหน้าเธอ
แม้แต่ตอนพ่อบอกว่าเธอเรียนมาน้อย ให้ไปเรียนมัธยมปลายเพื่อเพิ่มวุฒิการศึกษา เขายังเป็นห่วงว่าเธอจะลำบากกับการเรียน พอมีเวลาก็ไปรับไปส่ง
ที่แท้เขาไม่ใช่คนรักของเธอ เขาเป็นแค่คนโง่ที่ถูกสูบเลือดจนหมดตัว!
เขามันไอ้โง่ โง่จนไม่เหลือชิ้นดี!
เขาถูกคุมตัวกลับไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราวกับหุ่นเชิดที่ถูกกระชากวิญญาณออกไป ตลอดทางไม่พูดสักคำ
ทั้งพยานบุคคลและหลักฐานวัตถุอยู่ครบ คำให้การของผู้จัดหา ใบรับสินค้า ใบเบิกสินค้า บันทึกการใช้จ่าย—สายหลักฐานครบถ้วนจนไร้ช่องโหว่
