มู่เฉิงหยวนจดจำใบหน้าทั้งสองไว้ในใจเงียบ ๆ
ในตอนนั้นเอง ประตูทางเข้าห้องชุดที่สองของอาคารสามก็เปิดออกอีกครั้ง ชายวัยกลางคนในชุดจงซาน ผมหวีเรียบกริบ เดินออกมาพร้อมกระเป๋าเอกสาร ท่าทางเร่งรีบราวกับกำลังจะออกไปทำงาน
“เหยาเหยา!” พอชายวัยกลางคนเห็นเซินเหยา ใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มทันที น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเอ็นดูที่แทบปิดไม่มิด “วันนี้ไปบ้านตระกูลจ้าวก็ทำตัวดี ๆ นะ ลุงถามอะไรก็ตอบดี ๆ ด้วย แล้วก็เดือนนี้โรงงานแจกคูปองน้ำตาลทรายแดงมาสองชั่ง พ่อให้แม่เก็บไว้ให้แล้ว กลับมาอย่าลืมไปเอาล่ะ”
“ขอบคุณค่ะพ่อ!” เซินเหยายิ้มหวาน คล้องแขนจ้าวเจี้ยนฮุยแล้วกระโดดโลดเต้นเดินจากไป
เซินกั๋วผิงมองตามแผ่นหลังของลูกสาวบุญธรรม ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความพึงพอใจของผู้เป็นพ่อ จากนั้นก็จัดกระเป๋าเอกสารให้เรียบร้อย ก่อนเดินมุ่งหน้าไปทางเขตโรงงานด้วยท่วงท่าสง่าผ่าเผย แม้แต่ท่าเดินก็ยังเผยความลำพองใจของคนที่เพิ่งได้เลื่อนตำแหน่ง
มู่เฉิงหยวนยืนอยู่ใต้ต้นเอล์มเก่าริมถนน มองภาพเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างชัดเจน
มุมปากยังคงประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนอันเป็นเอกลักษณ์ ทว่าประกายในดวงตากลับเย็นชาลงแล้ว
คูปองน้ำตาลทรายแดง แอปเปิล กระโปรงลายดอก—มอบให้ลูกสาวบุญธรรม
หนังสือตัดขาดความสัมพันธ์ เงินสามร้อยหยวนที่ให้ไปเพื่อไล่ให้พ้น ๆ และการถูกขับออกจากบ้าน—มอบให้ลูกสาวแท้ ๆ
ลูกสาวแท้ ๆ ถูกลักพาตัวไปนานถึง 15 ปี ผ่านความทุกข์ยากมานับไม่ถ้วนกว่าจะได้รับการช่วยเหลือกลับมา แต่ยังอยู่ในบ้านไม่ครบสัปดาห์ก็ถูกเขี่ยทิ้งราวกับหมากที่ไร้ประโยชน์ ส่วนลูกสาวบุญธรรมที่เข้ามาแทนที่ กลับได้รับการทะนุถนอมราวกับไข่มุกในอุ้งมือ แถมยังถูกใช้เป็นเครื่องมือเกาะเกี่ยวอำนาจของครอบครัวผู้จัดการโรงงานอีกด้วย
