เสี่ยวหลี่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยว่า “ผู้การ… เรื่องนี้ต้องแจ้งตำรวจไหมครับ?”
“ไม่ได้” น้ำเสียงของมู่ชิงหานราบเรียบ “เขตบ้านพักเป็นพื้นที่ควบคุมทางทหาร ความสงบเรียบร้อยภายในอยู่ในความดูแลของฝ่ายรักษาความปลอดภัย ตำรวจท้องที่ไม่มีอำนาจเข้ามาจัดการ”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง
“อีกอย่าง ถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ก็เท่ากับบอกทุกคนว่าภายในเขตบ้านพักของเรามีปัญหา มีตำแหน่งงานที่ต้องปกปิดความลับกี่แห่ง มีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับความลับกี่คน มีอุปกรณ์และเสบียงอยู่เท่าไร แล้วจะให้คนนอกเข้ามาเดินเพ่นพ่านได้อย่างนั้นหรือ?”
เขาเหลือบมองเสี่ยวหลี่ “ไม่มีเหตุผลอะไรทั้งนั้น เรื่องภายในก็ต้องสืบให้กระจ่างกันเอง”
“เข้าใจแล้วครับ” เสี่ยวหลี่หันหลังเดินออกไป
หนึ่งชั่วโมงต่อมา เหล่าโจวจากฝ่ายรักษาความปลอดภัยก็มาด้วยตัวเอง
เจ้าหน้าที่อาวุโสวัยห้าสิบกว่า ทำงานอยู่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยของเขตบ้านพักมาสิบกว่าปีแล้ว บ้านไหนมีสมาชิกกี่คน ใครสนิทกับใคร ลูกบ้านไหนอายุเท่าไรและเรียนอยู่ชั้นไหน เขารู้หมด
“ผู้การมู่” เหล่าโจวนั่งลงในห้องโถงใหญ่ เปิดสมุดบันทึก สีหน้าลำบากใจเล็กน้อย “ผมไปถามมาแล้ว ผลไม่ค่อยน่าพอใจครับ”
“ว่ามา”
“ช่วงพลบค่ำ มีคนเข้าออกทางเดินเล็กด้านหลังไม่น้อยจริง ๆ ครับ พวกพี่สะใภ้แวะไปมาหาสู่กัน เด็ก ๆ ก็วิ่งเล่นกันไปมา บางคนไปเก็บผ้าที่ราวตากผ้าด้านหลัง ผมถามทหารยามที่เข้าเวรแล้ว เขาบอกว่าบริเวณนั้นไม่ใช่จุดลาดตระเวนสำคัญ ปกติไม่ค่อยมีใครเฝ้าดู เลยไม่ทันสังเกตเห็นอะไรผิดปกติครับ”
