เมื่อคืนชุยชางจงเท้าคางครุ่นคิดจนดึกดื่น ก่อนจะเข้านอนด้วยความยินดี
เพราะเขานึกถึงความเป็นไปได้อย่างหนึ่งว่า ตำราเริ่มเรียนสามอักษรซึ่งมาแทนคัมภีร์พันอักษรเล่มนั้น จะเป็นผลงานของเฉินจี้จู่เจ้าหมอนั่นหรือไม่
ข้ายังจ่ายเงินให้เขาหนึ่งร้อยพวงเพื่อซื้อวลี ‘จอกทองร่วมดื่มกับเจ้า คมดาบไม่ปรานีต่อกัน’ ได้เลย ราชสำนักก็ใช่ว่าจะไม่ยอมจ่ายเงินซื้อตำราสามอักษรของเขาเสียหน่อย!
เดิมทีเขาหดหู่ใจที่ถูกคนสองคนบดขยี้ติดๆ กัน แต่หากเป็นคนคนเดียวกันบดขยี้เขา เช่นนั้นก็ไม่มีเหตุให้หดหู่แล้วนี่นา อย่างไรเสียก่อนหน้านี้ก็หดหู่ไปแล้วรอบหนึ่ง
“ไปตามเฉินจี้จู่มา!”
ชุยชางจงสั่งบ่าวรับใช้
……
เฉินจี้จู่ไม่รู้ว่าบุตรโง่เขลาของบ้านเจ้าที่ดินผู้นี้เรียกตนมาอีกด้วยเหตุใด แต่ตระกูลชุยแห่งป๋อหลิงเป็นตระกูลขุนนางชั้นแนวหน้า เขาจึงไม่กล้าละเลย
“เฉินจี้จู่ คุณชายผู้นี้มีเรื่องหนึ่งจะถามเจ้า จงตอบมาตามความจริง”
เฉินจี้จู่ส่ายหน้า แล้วตอบอย่างฉับไวว่า “ไม่ทำ”
“ฮึ!” ชุยชางจงเดือดดาล “เจ้ากล้าไม่ทำหรือ เจ้าอยากตายหรือไร...”
เฉินจี้จู่ขัดขึ้นว่า “จอกทองร่วมดื่มกับเจ้า คมดาบไม่ปรานีต่อกัน ท่านไม่ได้จะอบรมคนในตระกูลตนเองว่าอย่ากดขี่ผู้อื่นและทำตัวเป็นอันธพาลหรือ”
“ลืมเร็วเพียงนี้เชียวหรือ ในฐานะคุณชายรองแห่งตระกูลชุย ท่านจะเป็นผู้นำฝ่าฝืนกฎเสียเองหรือ”
ชุยชางจง “……”
“เอ่อ... เช่นนั้น...เจ้าบอกมาสิ ต้องทำอย่างไรเจ้าจึงจะตอบคำถามข้าตามจริง”
เฉินจี้จู่ครุ่นคิด ก่อนกล่าวว่า “เอาอย่างนี้ คราวก่อนข้าเห็นว่าเงินหนึ่งร้อยพวงมากเกินไป ข้าขอตอบคำถามท่านหนึ่งข้อแลกกับเงินหนึ่งพวงดีหรือไม่”
