ตู้หรูฮุ่ยส่งเงินหนึ่งพวงมาให้เฉินจี้จู่ บวกกับสิบพวงที่หลี่ซื่อหมินมอบให้ รวมเป็น 11 พวง หากคำนวณเป็นเงินในยุคหลัง ก็มีค่าเพียงสองสามหมื่นเท่านั้น
เฉินจี้จู่ลอบบ่นในใจว่า ตู้หรูฮุ่ยช่างขี้เหนียวนัก ยังใจป้ำสู้จางลิ่งจุนไม่ได้
เช้าตรู่วันนั้น เฉินจี้จู่ก็ไปกินอาหารที่โรงเตี๊ยมในตลาด จะว่าไป อาหารในราชวงศ์ถังยุคนี้เน้นนึ่ง ต้ม และย่างเป็นหลัก รสชาติช่างย่ำแย่เหลือเกิน
ช่วงเช้าเขาเดินเล่นไปยังตลาดตะวันตก เห็นม้าตัวหนึ่งถูกใจ ราคา 3 พวง
เที่ยงวันยังคงกินอาหารที่โรงเตี๊ยม ส่วนช่วงบ่ายเขาไปตลาดตะวันออก เห็นหยกห้อยเอวชิ้นหนึ่งถูกใจ ราคา 1 พวง
ตกค่ำ เขาไปตรอกผิงคัง เห็นทรวงอกงามคู่หนึ่งถูกใจ ราคา 1 พวง
หญิงคณิกาบริสุทธิ์นี่ช่างแพงนัก!
เฉินจี้จู่เดินออกจากตรอกผิงคังอย่างสำราญใจ จูงม้ากลับไปยังจวนจางในตรอกหย่งเย่
วันนั้นเขาใช้เงินไปไม่ถึง 6 พวง เงินที่จางลิ่งจุนกับตู้หรูฮุ่ยมอบให้ก็ถูกใช้ไปแล้วครึ่งหนึ่ง
……
หลี่ซื่อหมินนั่งอยู่ในโถงกลาง เขางุนงงกับคนอย่างเฉินจี้จู่ยิ่งนัก
เงิน 11 พวง เพียงพอให้เขาทำการค้าเล็ก ๆ ในเมืองหลวง ทั้งยังพอจ้างอาจารย์มาสอนหนังสือ หรือซื้อบ้านหลังเล็ก ๆ ตั้งหลักปักฐานในถิ่นห่างไกลได้
แต่เขากลับไม่ทำสักอย่าง วันเดียวใช้เงินไปครึ่งหนึ่ง หากไม่รู้คงนึกว่าเป็นบุตรหลานผู้มีอำนาจ…แม้แต่ลูกหลานตระกูลใหญ่ยังใช้เงินมือเติบถึงเพียงนี้ไม่ได้
หลี่ซื่อหมินไม่เข้าใจ หรือเขาไม่คิดถึงอนาคตของตนจริง ๆ? ใช้ชีวิตไปวัน ๆ หมดเงินแล้วค่อยออกไปขอทานหรือ? ไม่รู้จักเตรียมตัวล่วงหน้าบ้างเลยหรือไร?
