เผยเฉิงเซียนหน้าซีดเผือด พูดจาติดขัดว่า “ท่านปู่ ท่านปู่ นี่...นี่คือฝ่าบาทจริง ๆ!”
เขากล่าวอย่างอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ว่า “หลายวันมานี้ข้าเฝ้าอยู่หน้าจวนจาง เมื่อครู่นี้เอง ข้า...ข้าเห็นฝ่าบาทสวมอาภรณ์สามัญชนไปจวนจางจริง ๆ!”
เผยจี้ได้ฟังแล้วรู้สึกราวกับตาพร่ามืด
คนผู้นั้นมีฝ่าบาทหนุนหลังอยู่จริง ๆ! จบเห่แล้ว จบเห่แน่!
เผยเฉิงเซียนพูดตะกุกตะกักว่า “ท่านปู่! อย่างมากข้าก็ไปขอขมาคนผู้นั้น เขาเรียกค่าเสียหายเท่าไร ข้าก็ชดใช้ให้เท่านั้น!”
เผยจี้รีบกล่าวว่า “เช่น...เช่นนั้นก็รีบไป!”
เผยจี้ยังคงมีความหวังริบหรี่อยู่ในใจ เขาคิดว่าบางทีหากคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างคนรุ่นหลังทั้งสองได้ เรื่องก็คงไม่เป็นไร
ทว่าเขายังไม่รู้ว่าคนผู้นั้นเป็นเทพเซียนจากที่ใด ถึงทำให้ฝ่าบาทปลอมพระองค์ออกจากวังไปตามหาได้
ขณะที่เผยจี้กำลังครุ่นคิดจนหาคำตอบไม่ได้ บ่าวผู้ดูแลจวนเผยก็เดินเข้ามาอย่างเร่งร้อน
“นายท่าน นายท่าน กรมอาญาส่งคนมาแล้วขอรับ”
“หืม?”
เผยจี้พลันเกิดลางสังหรณ์ร้ายแรงขึ้นในใจ จึงรีบกล่าวว่า “เชิญพวกเขาเข้ามา”
ครู่ต่อมา หวังเต๋อจวิ้น รองเจ้ากรมอาญาก็ก้าวเข้ามา เขามองเผยจี้แวบหนึ่ง ก่อนกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ท่านเผยรู้จักพระปีศาจฝ่าหหยาหรือไม่?”
เมื่อได้ยินนามนี้ เผยจี้ก็หน้าเปลี่ยนสีในทันที กระทั่งพูดจาติดขัด “นี่...เรื่องนี้...”
รองเจ้ากรมหวังกล่าวต่อว่า “ท่านเผยเคยสั่งให้คนสังหารบ่าวในจวนของท่านหรือไม่?”
เผยจี้หน้าซีดไร้สีเลือดในพริบตา
รองเจ้ากรมหวังกล่าวว่า “พระปีศาจฝ่าหหยาบอกว่าท่านเผยมีชะตาสวรรค์ ท่านเผยกล่าวกับผู้อื่นอยู่บ่อยครั้งว่า ที่ต้าถังตั้งแผ่นดินขึ้นได้เป็นเพราะแผนการของท่าน ใช่หรือไม่?”
