หลินเฉิงเฟิงเถียงอะไรไม่ออกเมื่อต้องเผชิญหน้ากับมารดาของตน
มารดาลำเอียงเพียงใด เขาย่อมรู้ดีอยู่แล้ว หากมารดาคิดจะขัดขวางจริง ๆ หยางซื่อจะก่อเรื่องขึ้นมาได้หรือ?
พูดให้ถึงที่สุดแล้ว บุตรสาวบ้านสามก็มีความสำคัญในใจหลินเหล่าไท่ไม่เท่าบุตรสาวบ้านใหญ่กับบ้านรอง
“ท่านแม่...อย่าพูดอีกเลย ข้าไม่ได้โทษท่านเสียหน่อย”
หลินเฉิงเฟิงเอ่ยอย่างจนใจ
จากนั้นก็หันไปปลอบลูกชายลูกสาวตัวน้อยที่กำลังหดตัวด้วยความกลัวอยู่ข้าง ๆ พร้อมกำชับให้พวกเขาดูแลพี่สาวให้ดี
แล้วจึงเดินตามหมอหลิวออกไป
หลินเหล่าไท่เห็นดังนั้นก็ไม่ได้พูดอะไร ทว่าในใจก็ยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง
นางคิดว่าบุตรชายคนที่สามของตนเกิดมาเพื่อทวงหนี้โดยแท้ เมื่อก่อนก็ทะเลาะกับนางเพราะเมีย ตอนนี้กลับเมินนางเพราะลูกสาวอีก
จากนั้นหลินเหล่าไท่ก็เหลือบมองหลินเยวี่ยอวิ๋นที่นอนอยู่บนแคร่ ก่อนเอ่ยด้วยถ้อยคำไม่น่าฟังว่า
“เหมือนแม่เจ้าไม่มีผิด ไม่เคยทำให้คนวางใจได้เลย ฮึ!”
พูดจบก็ถลึงตามองหลินเยวี่ยจิ่วกับน้องชายที่หดตัวอยู่ข้าง ๆ แล้วตวาดว่า
“ได้ยินหรือไม่? ดูแลพี่สาวพวกเจ้าให้ดี ช่างเป็นพวกไม่ได้เรื่องเสียจริง”
พูดจบ หลินเหล่าไท่ก็เดินออกไป กลับไปยังที่พักของตนเพื่อระบายอารมณ์ขุ่นมัว
หลังหลินเหล่าไท่จากไปได้ครู่หนึ่ง หลินเยวี่ยอวิ๋นก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
หลินเยวี่ยอวิ๋นเห็นน้องชายกับน้องสาวจ้องมองนางด้วยดวงตาแดงก่ำ
แค่เห็นสายตาของพวกเขาก็รู้ว่าเรื่องนางเป็นลมล้มลงกับพื้นคงทำให้ตกใจไม่น้อย
“พี่...ในที่สุดพี่ก็ฟื้นแล้ว ดีเหลือเกิน”
