ทันทีที่วิญญาณของหลินเยวี่ยอวิ๋นออกจากร่างไปยังมิติ นางก็ได้ยินเสียงหญิงชราแซ่หลินกำลังด่าทอคนอยู่
หลินเยวี่ยอวิ๋นไม่รู้เลยว่า ในช่วงเวลาหนึ่งเค่อที่นางหมดสติและวิญญาณเข้าไปอยู่ในมิตินั้น บ้านก็วุ่นวายจนแทบพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน!
ตอนที่หยางซื่อฟาดหลินเยวี่ยอวิ๋นจนสลบ นางก็หันไปด่าคนที่นอนอยู่บนพื้นทันทีว่า
“ฮึ! นังเด็กตายยาก คิดจะแกล้งสลบหนีความผิดหรือ?”
หยางซื่อคิดว่าหลินเยวี่ยอวิ๋นจงใจนอนแกล้งสลบอยู่บนพื้น จึงเดินเข้าไปในห้องของนางแล้วเริ่มค้นข้าวของอย่างเอาเป็นเอาตาย
นางอยากค้นหาเงินที่หลินเยวี่ยอวิ๋นซ่อนไว้ เอาออกมาให้ทุกคนเห็นเป็นหลักฐาน
แต่บังเอิญว่าวันนี้หลินเฉิงเฟิง พ่อแท้ ๆ ที่ไม่ค่อยได้อยู่บ้านของหลินเยวี่ยอวิ๋นหยุดงานพอดี จึงรีบกลับมาทันเวลา
พอเห็นลูกสาวของตัวเองนอนอยู่บนพื้นเช่นนั้น
ข้าง ๆ ยังมีเด็กสองคนกำลังร้องไห้ แต่กลับไม่มีใครเข้ามาปลอบหรือช่วยพยุงสักคน
หัวใจของหลินเฉิงเฟิงพลันเจ็บปวดรวดร้าว น้ำตาเอ่อคลอจนเปียกชุ่มดวงตาในทันที
หลินเฉิงเฟิงได้ยินเสียงคนค้นข้าวของและด่าพึมพำดังมาจากห้องที่ลูกสาวอาศัยอยู่ เสียงนั้นฟังดูคุ้นหูเป็นพิเศษ
จากคำพูดเพียงไม่กี่คำของคนรอบข้าง หลินเฉิงเฟิงก็พอจะรู้ว่าอาจมีคนใส่ร้ายลูกสาวของเขาว่ายักยอกเงินคนอื่น เรื่องนี้จึงทำให้หยางซื่อทำเรื่องเช่นนี้
หลินเฉิงเฟิงโกรธจนตัวสั่น กำหมัดแน่น ขบกรามจนฟันกระทบกันดังกรอด
เขาถอดเสื้อนอกคลุมร่างลูกสาวคนโตที่หมดสติอยู่ แล้วรีบเรียกคนให้ไปตามหมอ
หลินเยวี่ยจิ่วกับน้องชายเห็นพ่อกลับมาแล้ว หลินเยวี่ยจิ่วก็รีบเข้าไปฟ้องทันทีว่า
“ท่านพ่อ ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว!”
