หลินเหล่าซานไม่รู้เลยว่าตอนนี้หลินเยวี่ยอวิ๋น ลูกสาวคนโตของตนกำลังคิดอะไรอยู่
ถ้ารู้เข้า คงยิ่งกระอักกระอ่วนกว่าเดิมกระมัง?!
ไม่นาน คนบ้านสามตระกูลหลินก็กินมื้อเช้าเสร็จ ทั้งครอบครัวพากันออกไปที่นา
เริ่มลงมือเกี่ยวข้าวรอบใหม่อีกครั้ง—
กระทั่งถึงยามซื่อ
บ้านสามจึงเกี่ยวรวงข้าวในนาหนึ่งหมู่เสร็จจนหมด
ทั้งยังเกี่ยวฟางข้าวมาอีกส่วนหนึ่ง กองตากไว้ในนา
ขณะเดียวกัน พี่น้องตระกูลซุนทั้งสองก็เริ่มจับตาความเคลื่อนไหวทางบ้านของหลินเยวี่ยอวิ๋นตรงท้ายหมู่บ้านอย่างตั้งใจบ้างไม่ตั้งใจบ้าง
อยากดูเรื่องสนุกงั้นหรือ?!
ซุนเสี่ยวเถาถึงกับจงใจเดินผ่านลานบ้านของหลินเยวี่ยอวิ๋น ก่อนจะอ้อมไปทางหลังเขา
แต่สิ่งที่ทำให้นางผิดหวังคือ เรื่องสนุกที่อยากเห็นน่ะหรือ?
อีกฝ่ายไม่แม้แต่จะเปิดประตูลานบ้านด้วยซ้ำ
กว่าคนบ้านสามตระกูลหลินจะกลับจากนา ก็ล่วงเข้ายามซื่อปลายแล้ว
ผ้าน้ำมันผืนใหญ่ที่หลินเยวี่ยอวิ๋นซื้อมาก็ถูกปูออกกลางลาน
หลินเยวี่ยอวิ๋นกับพ่อแม่ช่วยกันนำรวงข้าวที่เกี่ยวกลับมาวางบนผ้าน้ำมัน ตากแดดจนหมด
ในครัวยังเหล่าหมั่นโถวกับโจ๊กขาวที่ทำไว้ตอนเช้าเหลืออยู่บ้าง
ครอบครัวของนางกินรองท้องพอเป็นมื้อกลางวันก็ได้
หลินเยวี่ยอวิ๋นจึงลงกลอนประตูใหญ่จากด้านใน
จากนั้นเรียกพ่อแม่และน้อง ๆ มารวมตัวกัน
ทั้งห้าคนนั่งล้อมโต๊ะสี่เหลี่ยมเก่า ๆ ตัวหนึ่ง
หลินเยวี่ยอวิ๋นกระแอมเบา ๆ แล้วเอ่ยว่า “ท่านพ่อ ท่านแม่ คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้...”
ยังไม่ทันหมดเวลาชงชา หลินเยวี่ยอวิ๋นก็เล่าเรื่องตอนอยู่ในอำเภอให้ฟัง
นางบังเอิญได้ยินว่ามีบ้านคนร่ำรวยบางแห่งในอำเภอเริ่มกักตุนเสบียง เตรียมหนีออกจากอำเภอชิงเหอ
