หลังจากหลินเฉิงเฟิงลงชื่อในหนังสือกู้หนี้ฉบับนั้นแล้ว ก็รีบหยิบชามเปล่าของตนเดินออกจากบ้านตระกูลหลินเก่าไปอย่างรวดเร็ว
ยามนี้เป็นเวลาซวีแล้ว ท้องฟ้ามืดสนิท
เขาเดินไปตามทางกลับเรือนท้ายหมู่บ้านของตน
อาศัยแสงจากจันทร์เสี้ยวสีขาวนวลที่ลอยอยู่บนฟ้า ส่องลงมายังพื้นดิน จึงพอมองเห็นทางได้
เขาเริ่มรู้สึกเสียใจอยู่ลึก ๆ ที่ใจร้อนลงชื่อในหนังสือกู้หนี้ฉบับนั้นไปเสียแล้ว
เขารู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล เห็นทีตนจะประมาทเกินไปจริง ๆ
อีกทั้งยังไม่ได้คิดให้ถี่ถ้วน ก็เชื่อฟังคำพูดของพี่ชายกับพี่สะใภ้ แล้วลงชื่อประทับลายนิ้วมือในหนังสือกู้หนี้ไปอย่างง่ายดาย
เขารู้หนังสือไม่มากนัก ตัวอักษรในนั้นจึงอ่านออกเพียงกระท่อนกระแท่น ไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ
เขาได้แต่หวังว่าพี่ชายจะไม่หลอกลวงน้องชายแท้ ๆ อย่างตน
เขากลับถึงเรือนด้วยสีหน้าหม่นหมอง
เหยาซื่อซึ่งกำลังต้มน้ำร้อนอยู่ในครัวหยุดก่อไฟ แล้วหิ้วถังน้ำร้อนเดินออกมา
เมื่อเห็นสามีกลับมาแล้ว นางก็ถามอย่างสงสัยว่า
“ท่านพี่! กลับมาแล้วหรือ?”
“เหตุใดไปส่งน้ำหมักเค็มเพียงชามเดียวถึงใช้เวลานานนัก?”
“คนบ้านเก่ารังแกท่านหรือไม่?”
หลินเหล่าซานได้ยินแล้วรู้สึกผิดและกระวนกระวายอยู่บ้าง ทว่าสีหน้ากลับไม่แสดงออก
เขายิ้มให้ภรรยาแล้วกล่าวว่า
“อ้อ ไม่ได้รังแกหรอก ว่าแต่ฮูหยินจะไปล้างหน้าล้างตาหรือ? เอาชามไปเก็บในครัวก่อนเถิด”
“ข้าจะช่วยยกน้ำไปห้องอาบน้ำให้”
