ตาเฒ่าหลินมองหลินเยวี่ยอวิ๋นอย่างไม่อยากเชื่อ เขาไม่คิดเลยว่าหลินเยวี่ยอวิ๋นจะไม่ทำตามที่คาดไว้
ตอนนี้ในใจตาเฒ่าหลินเองก็ปั่นป่วนไม่น้อย แต่ยังคงแสร้งทำเป็นสงบนิ่ง พลางมองหลินเยวี่ยอวิ๋นด้วยรอยยิ้มเย็น ราวกับมั่นใจว่านางไม่มีทางย้ายออกไป
เขาอยากเห็นว่านังเด็กนี่จะพูดอะไรน่าตกตะลึงออกมาอีก
หลินเยวี่ยอวิ๋นไม่อ้อมค้อม หันไปถามผู้ใหญ่บ้านตรง ๆ ว่า
“ท่านปู่ผู้ใหญ่บ้าน ในหมู่บ้านยังมีเรือนว่างหลังไหนให้พวกข้าพี่น้องสามคนเช่าอยู่ได้บ้างหรือเจ้าคะ”
“ต้องจ่ายค่าเช่าเท่าไรเจ้าคะ ข้าจ่ายค่าเช่าได้”
“หลังจากนี้ข้าจะพยายามซื้อที่ดินและปลูกบ้านในหมู่บ้านให้เร็วที่สุดเจ้าค่ะ”
ผู้ใหญ่บ้านฟังมาถึงตรงนี้แล้ว จะยังมีอะไรไม่เข้าใจอีกเล่า
เห็นได้ชัดว่าเด็กสาวตรงหน้าไม่ยอมก้มหัว ปล่อยให้ตาเฒ่าหลินยึดเงินของนางไปตามใจชอบ!
ผู้ใหญ่บ้านพลันชื่นชมความเด็ดเดี่ยวของหลินเยวี่ยอวิ๋นอยู่ไม่น้อย เขาคิดในใจว่า
“หากเป็นเด็กผู้ชาย คงเป็นเสาหลักของบ้านได้แน่”
แน่นอนว่าแม้หลินเยวี่ยอวิ๋นจะเป็นผู้หญิง นางก็เป็นเสาหลักของบ้านได้เช่นกัน
ต่อมา ตอนหลินเยวี่ยอวิ๋นนำพาพี่น้องสามคนหนีภัยแล้งออกจากหมู่บ้าน นางก็ทำให้ชาวหมู่บ้านต้าเคิงตาสว่างกันถ้วนหน้า
คนส่วนใหญ่ไม่กล้าดูแคลนนางอีก และไม่คิดว่าหลินเยวี่ยอวิ๋นจะด้อยกว่าผู้ชายอีกต่อไป
ที่จริงแล้วตาเฒ่าหลินไม่อยากให้บ้านสามย้ายออกไปอยู่ข้างนอกจริง ๆ
หากเป็นเช่นนั้น เขาคงถูกคนในหมู่บ้านนินทาด่าทอลับหลังไปด้วย
เขาแค่อยากได้เงิน 20 ตำลึงในมือหลินเยวี่ยอวิ๋นเท่านั้น
เขาคิดว่าขอเพียงนังเด็กนี่ยอมเอาเงิน 20 ตำลึงมาให้ บ้านสามก็ยังอยู่ในเรือนของบ้านสามต่อไปได้
