ส่วนเรื่องเงินที่ได้จากการขายไก่ป่า และที่นางยังเหลือเงินอยู่สามสิบกว่าอีแปะ นางก็บอกบิดาอย่างหลินเฉิงเฟิงไปตามตรงด้วย
หลินเยวี่ยอวิ๋นยังเอาเรื่องที่ตนขายไก่ป่า กับเรื่องที่ป้าสะใภ้ใหญ่หยางซื่อมาหาเรื่องถึงบ้านมาเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน
นางบอกว่าอาจมีคนในหมู่บ้านเห็นนางขายไก่ป่าหรือซื้อซาลาเปาที่ตลาดในเมือง
พอเรื่องนี้ไปถึงหูหยางซื่อ อีกฝ่ายจึงฉวยโอกาสยกเรื่องที่แอบมาค้นหาเงินของนางขึ้นมาพูด
ต้องบอกว่าคำพูดจริงบ้างเท็จบ้างของหลินเยวี่ยอวิ๋นครั้งนี้ กลับบังเอิญพูดถูกถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงซึ่งหยางซื่อมาค้นหาของในเรือนสามพอดี
หลังได้ฟัง หลินเยวี่ยจิ่วก็นั่งลงข้างหลินเยวี่ยอวิ๋นด้วยความโมโห แล้วเล่าออกมารวดเดียวว่า ตอนที่พี่น้องหลินเยวี่ยอวิ๋นไม่อยู่บ้าน ป้าสะใภ้ทั้งสองกับท่านย่าก็มักฉวยโอกาสมารื้อค้นข้าวของในบ้านอยู่บ่อย ๆ
หลินเยวี่ยจิ่วเคยบังเอิญเห็นอยู่หลายครั้ง จึงคิดว่าป้าสะใภ้ทั้งสองกับท่านย่าของนางไม่ใช่คนดี ต่างก็คิดจะเอาของในบ้านไป
หลังจากนั้น หลินเยวี่ยจิ่วจึงคอยสังเกตว่ามีของอะไรในบ้านที่ดูมีราคา แล้วมักจะรีบหยิบไปซ่อนไว้ในกองเสื้อผ้าเปลี่ยนของตนกับพี่สาวทันที
ทำแบบนี้แล้ว ป้าสะใภ้กับท่านย่าก็จะไม่มาคุ้ยกองเสื้อผ้าที่พวกนางใส่แล้วเหม็นเหงื่อ ของเหล่านั้นจึงรอดพ้นไปได้
สองพ่อลูกหลินเยวี่ยอวิ๋นต่างมองเด็กหญิงวัยสิบขวบอย่างหลินเยวี่ยจิ่วด้วยสีหน้าตกตะลึง
