ไม่นาน แสงอาทิตย์ยามเช้าก็ส่องผ่านชั้นเมฆบาง ๆ ลงมายังผืนดิน เสียงแมลงร้องและเสียงนกร้องดังแว่วมาเป็นระยะ ทุกอย่างดูงดงามและสงบสุขเหลือเกิน
เมื่อคืนหลินเยวี่ยอวิ๋นตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วพบความมหัศจรรย์ของมิติเข้า จึงตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ กว่าจะข่มตาลงได้ก็เกือบสว่างแล้ว
วันนี้นับว่าได้นอนตื่นสายอย่างหาได้ยากทีเดียว
อีกทั้งหลินเยวี่ยอวิ๋นยังต้องพักฟื้นและกินยา แถมยังเป็นคนป่วย วันนี้จึงตื่นเอาตอนต้นยามซื่อ
หลินเยวี่ยจิ่วน้องสาวตื่นแต่เช้า เห็นพี่สาวหลับสนิท แถมยังเป็นคนป่วย จึงไม่ได้ปลุก
หลินเยวี่ยอวิ๋นตื่นตอนต้นยามซื่อ รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาก!
เพิ่งลุกขึ้นนั่งบิดขี้เกียจได้ไม่นาน ก็เห็นหลินเยวี่ยจิ่วยิ้มแย้มยกโจ๊กข้าวขาวเข้ามาในห้อง บนหน้าชามมีไข่ดาววางอยู่หนึ่งฟอง นางวางชามลงบนโต๊ะในห้องของหลินเยวี่ยอวิ๋น
“น้องสาว? นี่...ให้พี่หรือ?!”
หลินเยวี่ยอวิ๋นมองโจ๊กข้าวขาวที่หลินเยวี่ยจิ่วยกมาวางไว้บนโต๊ะอย่างสงสัย ก่อนเอ่ยถาม
“ใช่แล้ว พี่สาว~ ท่านย่าตื่นแต่เช้ามาต้มโจ๊กข้น ๆ ให้พี่ใหญ่ แล้วยังทอดไข่ให้ด้วย”
“พ่อได้กลิ่นไข่ดาว เลยเรียกข้าไปด้วย พอเราเดินไปถึง พ่อก็สั่งให้ข้าตักโจ๊กชามใหญ่เอามาให้พี่กินต่อหน้าท่านย่าเลยนะ!”
“แถมยังคีบไข่ดาวที่ท่านย่าทอดให้พี่ใหญ่ไปหนึ่งฟองด้วย”
“พี่ไม่รู้หรอกว่าท่านย่าโมโหจนหน้าเขียวไปหมด ฮ่า ๆ!”
“ตอนท่านย่าเห็นพ่อยืนอยู่ข้าง ๆ แล้วบอกว่าพี่ก็เป็นคนป่วยเหมือนกัน ควรบำรุงร่างกายให้ดี สีหน้าของท่านย่าตลกสุด ๆ เลย”
“เห็นแล้วสะใจมาก ฮ่า ๆ!”
“นั่นพ่อเรา ท่านย่าก็ไม่กล้าพูดอะไรต่อหน้าพ่อหรอก”
“ถ้าข้าไปตักโจ๊กเอง ป่านนี้ท่านย่าคงลงมือทุบตีข้าไปแล้วมั้ง?”
