ส่วนเรื่องหลานสาวลงมือทุบตีลุงใหญ่หรือ?
ถึงจะดูอกตัญญูและไม่เคารพผู้อาวุโสไปสักหน่อย แต่ใครใช้ให้พวกเขาคอยจ้องแต่สิ่งที่ไม่ควรคิดอยากได้กันล่ะ?!
อย่างไรเสีย นางก็ไม่ค่อยใส่ใจแล้วว่าคนอื่นจะลือเรื่องชื่อเสียงของนางอย่างไร
ชื่อเสียงที่คนในหมู่บ้านร่ำลือกันก็แย่อยู่แล้ว
นางไม่ถือหากมันจะแย่ลงไปอีกหน่อย
ส่วนเรื่องที่จะกระทบกับการแต่งงานหรือ? นางไม่ได้คิดจะแต่งกับชายโบราณคร่ำครึสักคนอยู่แล้ว
พูดง่าย ๆ คือตอนนี้นางก็ยังไม่คิดว่าต่อไปจะแต่งงาน ดังนั้นจึงไม่กลัว
โชคดีที่น้องชายอย่างหลินเยวี่ยหมิงยังเด็กและไม่ค่อยเป็นที่สนใจนัก
ตอนเห็นคนจากบ้านเก่ามาล้อมพี่สาวทั้งสองเพื่อแย่งหมูป่า เขาก็แอบวิ่งไปตามผู้ใหญ่บ้านกับผู้อาวุโสประจำตระกูลมาแล้ว
ขณะที่หลินเฉิงไป๋เห็นตาเฒ่าหลินพยักหน้าให้เป็นสัญญาณ จึงกำลังจะเข้าไปแย่งรถเข็น ผู้ใหญ่บ้านก็มาถึงพอดี
ผู้ใหญ่บ้านหลินซื่อไห่มองตาเฒ่าหลินกับพวกด้วยสายตาเคร่งขรึม ก่อนถลึงตามองตาเฒ่าหลินแล้วไพล่มือไว้ด้านหลัง ตวาดว่า
“หยุด! ทุกคนหยุดเดี๋ยวนี้!”
“พวกเจ้าทั้งหลายไม่มีอะไรทำกันทั้งวันหรืออย่างไร?!”
“มามุงกันอยู่ตรงนี้ทำไม?!”
ชาวบ้านที่ถูกผู้ใหญ่บ้านตำหนิต่างก็อับอาย พากันหลีกทางเปิดช่องให้
มีชาวบ้านคนหนึ่งตะโกนขึ้นว่า
“ผู้ใหญ่บ้าน! ผู้ใหญ่บ้านมาแล้ว…”
ด้านหลังผู้ใหญ่บ้านยังมีหลินเยวี่ยหมิงกับผู้อาวุโสประจำตระกูลอีกสองคนเดินตามมาอย่างช้า ๆ
เมื่อเห็นเช่นนั้น ตาเฒ่าหลินก็ไม่กล้าแย่งชิงกันซึ่งหน้าอีก
ถึงกับแค้นใจที่ผู้ใหญ่บ้านชอบมายุ่งเรื่องบ้านของเขาอยู่ร่ำไป
“ผู้ใหญ่บ้าน นี่เป็นเรื่องในครอบครัวของพวกเรา ไม่เกี่ยวกับท่าน ท่านอย่ายุ่งจะดีกว่า!”
