เมื่อมาถึงร้านตีเหล็ก ช่างตีเหล็กก็จำหลินเยวี่ยอวิ๋นได้ เขารีบเดินเข้ามาหานางด้วยท่าทางกระตือรือร้น
“แม่นาง! คราวนี้มาให้ข้าทำอะไรให้ หรือจะซื้ออะไรหรือขอรับ?”
หลินเยวี่ยอวิ๋นยิ้มให้ช่างตีเหล็ก
“สวัสดีเจ้าค่ะ ท่านช่างตีเหล็ก ข้ามาครั้งนี้อยากดูหัวลูกศรที่แขวนอยู่ในร้าน ว่ามีขนาดไหนบ้าง เผื่อจะมีแบบที่เหมาะกับข้า”
เมื่อได้ยินดังนั้น ช่างตีเหล็กก็พาหลินเยวี่ยอวิ๋นกับน้อง ๆ ทั้งสามคนเข้าไปด้านในร้าน
หลินเยวี่ยอวิ๋นยังคงเห็นคันธนูพร้อมลูกศรสองชุดแขวนอยู่บนผนัง
นางมองหัวลูกศรที่ใช้กับคันธนูแล้วรู้สึกว่ามันใหญ่ไปหน่อย ไม่เหมาะจะเอาไปใช้กับหนังสติ๊กของนาง
จากนั้นหลินเยวี่ยอวิ๋นก็นำแบบหัวลูกศรสั้นขนาดเท่าของจริงที่วาดเตรียมไว้นานแล้วในมิติออกมา
ลำตัวลูกศรรวมกับหัวลูกศรสั้นมีความยาวประมาณสองข้อนิ้วของผู้ใหญ่เท่านั้น
ส่วนปลายหัวลูกศรคมเป็นพิเศษ ด้ามลูกศรที่ยาวเพียงหนึ่งข้อนิ้วมีไว้ให้จับยึดกับสายหนังของหนังสติ๊กได้ถนัดขึ้นเท่านั้น
หลินเยวี่ยอวิ๋นยื่นแบบให้ช่างตีเหล็กแล้วกล่าวว่า
“ข้าอยากรบกวนท่านช่วยทำหัวลูกศรสั้นที่มีอานุภาพสังหารให้ข้าสักหน่อยเจ้าค่ะ”
“รบกวนท่านช่วยคิดราคาด้วยนะเจ้าคะ”
“ทำให้ข้าหลาย ๆ อันได้หรือไม่เจ้าคะ?”
“เรื่องราคาเราคุยกันได้เจ้าค่ะ”
ช่างตีเหล็กมองแบบเพียงแวบเดียวก็เข้าใจความซับซ้อนของมัน เขาไม่ได้ถามมากว่าหลินเยวี่ยอวิ๋นจะเอาหัวลูกศรจำนวนมากไปทำอะไร เพียงเอ่ยเรียบ ๆ ว่า
“ทำได้ แต่ต้องตกลงกันก่อนว่าจะทำกี่อัน แล้วจ่ายเงินมัดจำก่อนหรือไม่?”
