ปริมาณยาที่นางให้ไปนั้นมากกว่าที่ตานจูวางยาให้นางหลายเท่า ไม่เป้ยซวี่ชิงยอมมอบกายช่วยนางจนข้าวสารกลายเป็นข้าวสุก ก็ต้องตานจูฝืนทนฤทธิ์ยาทรมานจนสิ้นใจ
ตานจูกับเป้ยซวี่ชิงมิใช่ต่างมีใจให้กัน ชื่นชมเห็นอกเห็นใจกันจนแทบแยกจากกันไม่ได้หรอกหรือ?
เช่นนั้นนางก็จะฝากชีวิตและความตายของตานจูไว้ในมือเป้ยซวี่ชิง นับว่าได้ช่วยให้ความปรารถนาดีของทั้งสองเป็นจริง
อืม นี่คือความเคารพที่นางพึงมีต่อมิตรภาพอันลึกซึ้งนี้
เจ้าอาวาสตามพระสงฆ์ผู้พอมีความรู้ด้านการแพทย์มาตรวจรักษาตานจู จึงทราบว่าตานจูทนฤทธิ์ยาเสน่ห์ไม่ไหว สิ้นใจอย่างกะทันหัน
คราวนี้เป้ยซวี่ชิงจึงตกอยู่ในสภาพแก้ตัวไม่ขึ้นอย่างแท้จริง ทั้งยังโดดเดี่ยวไร้ผู้ช่วยเหลือ
“คุณชายเป้ย เรื่องนี้ข้าจะไม่ยอมเลิกราเพียงเท่านี้”
“หากข้าสืบพบว่าเจ้าเคยซื้อยาชนิดนั้น จวนหยางโหวจะต้องให้เจ้าชดใช้ชีวิตตานจู”
กู้หรงหยิกตัวเองทีหนึ่ง แล้วหันไปเตือนเป้ยซวี่ชิงด้วยความโกรธ ดวงตาแดงก่ำ
สิ่งที่นางต้องการไม่ใช่การแก้แค้นให้สำเร็จในคราวเดียว แต่นางจะให้เป้ยซวี่ชิงรับผลจากการกระทำของตนเอง แบกโซ่ตรวนแห่งมลทินก้าวเดินต่อไป จนกระทั่งตายอยู่บนบันไดสูงสุดที่เฝ้าฝัน
มิฉะนั้นจะระบายความคับแค้นจากการถูกขังในคุกมืดและถูกทรมานจนแสนสาหัสได้อย่างไร
เป้ยซวี่ชิงจ้องมองตานจูที่นอนสิ้นใจ เลือดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ด รู้สึกราวกับตกลงไปในถ้ำน้ำแข็ง ความหวาดระแวงที่มีต่อกู้หรงพุ่งขึ้นถึงขีดสุด
กู้หรง...แท้จริงแล้วนางเป็นคนเช่นไรกันแน่
ขณะที่กู้หรงกำลังชื่นชมสีหน้าที่แปรเปลี่ยนของเป้ยซวี่ชิง จู่ ๆ ใจก็พลันสะท้าน ราวกับลมหนาวพัดทะลุแผ่นหลัง คล้ายมีดวงตาคู่หนึ่งกำลังแอบจับจ้องนางอยู่ในความมืด
สวี่เสวิน: ...
สตรีใจอำมหิตดุจอสรพิษเช่นไร ถึงได้ครอบครองใจท่านโหวน้อย!
