“แพงหรือไม่ ก็ต้องดูว่าตาแก่ที่บ้านมีความสำคัญกับเจ้าแค่ไหน!”
หมอเทวดาไฉปรายตามองจ้าวซื่ออย่างเย้ยหยัน ก่อนยกชามขึ้นซดบะหมี่จนหมด แล้วเช็ดมุมปากและขึ้นไปชั้นบนเพื่อดูอาการเด็กหนุ่ม
หลินหว่านหว่านไม่สนใจจ้าวซื่อ เดินตามขึ้นไปดูด้วย
โม่เฉินเฝ้าอยู่ในห้องตลอดเวลา เด็กหนุ่มยังไม่ฟื้น แต่สีหน้าวันนี้ดูมีเลือดฝาดกว่ามื่อวานอย่างเห็นได้ชัด
เหมือนเมื่อวาน หมอเทวดาไฉให้หลินหว่านหว่านประคองเด็กหนุ่มขึ้น แล้วเริ่มฝังเข็มเป็นครั้งที่สอง
แต่วันนี้ตำแหน่งที่ปล่อยเลือดคือใบหูทั้งสองข้าง
ถงเฉิงต๋ากับโม่เฉินผลัดกันบีบติ่งหูเด็กหนุ่ม ราวหนึ่งเค่อผ่านไป เลือดพิษสีดำที่ไหลออกมาจึงค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงสด
หมอเทวดาไฉยัดยาเม็ดสีน้ำตาลเข้าปากเด็กหนุ่ม พลางเก็บเข็มและกำชับโม่เฉินว่า “หากเจ้าอยู่ต่อไม่ได้ ก็อย่าลืมให้เขากินยาที่ข้าให้วันละเม็ด
ยานี้ถอนพิษได้ไม่หมดก็จริง แต่ช่วยประคองอาการไปได้สามถึงห้าปี รอจัดการธุระของพวกเจ้าเรียบร้อยแล้ว ค่อยพาเขามาหาข้าก็ยังไม่สาย”
ถงเฉิงต๋าเอ่ยชวนอย่างจริงใจอีกครั้ง “หมอเทวดาไฉ ท่านไปกับพวกเราด้วยเถิด! เมื่อวานท่านทำให้หวังหยวนไว่ขุ่นเคือง หากครั้งนี้ท่านผู้ว่าการไม่อาจโค่นหวังหยวนไว่ได้อย่างราบคาบ เกรงว่าเขาคงมาหาเรื่องท่านแน่”
หมอเทวดาไฉยิ้มขื่นพลางส่ายหน้า “หากไปได้ ข้าคงไปนานแล้ว...ข้าไปไม่ได้...ข้าต้องอยู่ที่นี่...”
แววหนักอึ้งที่ยากจะบรรยายวาบผ่านดวงตาของเขา
หลินหว่านหว่านอยากชวนหมอเทวดาไปด้วยมาก—ไม่ต้องพูดถึงการรักษาเด็กหนุ่มกับเฉินเหล่าฮั่นต่อ แค่ระหว่างหนีภัยมีหมอเทวดาคอยดูแลอยู่ด้วย ก็ทำให้ทุกคนอุ่นใจขึ้นไม่น้อยแล้ว
