“ท่านพ่อ อย่านะ!”
หลินหว่านหว่านร้องเสียงหลง พลางยื่นมือไปดึงเฉินชิงเหวินให้หลบไปอยู่ข้างหลัง
แม้เฉินชิงเหวินจะไม่ได้สติ แต่สัญชาตญาณที่คอยปกป้องนางกลับฝังรากลึก เขาขวางอยู่เบื้องหน้านางแน่นหนา เรี่ยวแรงเพียงน้อยนิดของนางจึงดึงเขาไม่ไหว
เห็นเข็มทองเล่มใหญ่ยาวกำลังจะปักลงมา หลินหว่านหว่านก็กัดฟัน ยกมือขึ้นหมายจะรับเข็มแทนเฉินชิงเหวิน
แต่หมอเทวดาไฉเคลื่อนไหวได้เร็วยิ่งกว่า มือซ้ายของเขาคว้าข้อมือนางไว้แน่นราวคีมเหล็ก ส่วนมือขวานิ่งมั่นคงดุจขุนเขา เข็มทองปักลงกลางหว่างคิ้วของเฉินชิงเหวินอย่างแม่นยำ ปลายเข็มสั่นระริก ส่งเสียงหึ่งต่ำ ๆ
“กลัวอะไรเล่า พ่อไม่ฆ่าเขาหรอก” น้ำเสียงของหมอเทวดาไฉแฝงความผิดหวังที่แทบสังเกตไม่เห็น
แต่ไม่นานเขาก็หาเหตุผลมาปลอบใจตัวเองได้—ลูกสาวกับเจ้าหนุ่มทึ่มนี่มีลูกด้วยกันถึงสี่คน เพิ่งได้พบหน้าพ่อตัวเองไม่นาน จะเข้าข้างสามีมากกว่าพ่อก็พอเข้าใจได้
“เข็มใหญ่ขนาดนี้แทงเข้าไป คนยังจะรอดหรือ?” เสียงของหลินหว่านหว่านสั่นเครือ
ภาพตรงหน้าทำให้นางนึกถึงละครโทรทัศน์ของทีวีบีที่เคยดูตอนเด็ก ๆ อย่างเลือนราง วิชาที่เรียกว่า ‘เข็มทองสิบสามกระบวน’ ตอนนั้นนางยังเคยหัวเราะคุยกับเพื่อน ๆ ว่านี่มันฆ่าคนหรือช่วยคนกันแน่ ไม่นึกเลยว่าวันนี้จะได้เห็นกับตา
“ลูกสาวอย่าเพิ่งตกใจ นี่เป็นวิชาก้นหีบของพ่อ”
หมอเทวดาไฉมองนางด้วยสายตาคมกริบ น้ำเสียงเปี่ยมอำนาจจนไม่อาจโต้แย้ง “ในสมองของเจ้าหนุ่มนี่มีเลือดคั่ง อีกทั้งยังถูกคนวางยาให้สติฟั่นเฟือน หากไม่รีบทำให้เลือดไหลเวียน ต่อให้ชั่วชีวิตก็จะเป็นได้แค่คนปัญญาอ่อน การฝังเข็มธรรมดาช่วยเขาไม่ได้ พ่อจึงต้องใช้วิชาลับนี้ หว่านหว่าน เจ้าอยากให้เขาเป็นเช่นนี้ไปตลอด หรือจะเชื่อพ่อสักครั้ง?”
