มีเงินแค่นี้ ยังมาบอกให้นาง “อยากซื้ออะไรก็ซื้อได้ตามใจ” อีกหรือ?
มันต่างอะไรกับผู้ชายในยุคหลังที่ให้เงินเดือนละ 200 หยวน แล้วหวังให้เอาไปจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าส่วนกลาง ซื้อสกินแคร์สักชุด เสื้อผ้าใหม่สองชุด ซื้อขนมให้ลูก ซื้อของบำรุงไปฝากผู้ใหญ่ทั้งสองบ้าน แถมยังหาเวลาไปทำสปาอีกล่ะ?
จ้าวซื่อยิ้มเจื่อน ๆ “ตอนนี้สถานการณ์ในบ้านไม่เหมือนเมื่อก่อน เงินทองต้องประหยัดหน่อย”
มุมปากของหลินหว่านหว่านยกขึ้นเป็นรอยเยาะเย้ยชัดเจนกว่าเดิม
เมื่อก่อนตอนจ้าวซื่อเอาเงินไปให้หวังซื่อซื้อของ นางไม่ได้งกถึงเพียงนี้เสียหน่อย
แต่ถึงจะเป็นเงินเล็กน้อยก็ยังมีค่า ตอนนี้ผู้เฒ่าทั้งสองมาอยู่กับพวกนางแล้ว หลินหว่านหว่านก็ไม่ได้คิดจะเลี้ยงดูฟรี ๆ
“ได้ งั้นข้าเก็บไว้ก็แล้วกัน”
หลินหว่านหว่านรับเหรียญทองแดง 20 เหรียญมา แล้วยัดใส่อกเสื้ออย่างไม่ใส่ใจ กำลังจะเดินออกไป แขนเสื้อก็ถูกคว้าไว้
พอหันกลับมา ก็สบเข้ากับดวงตากระจ่างใสของเฉินชิงเหวิน
“ฮูหยิน อย่าไป!”
หลินหว่านหว่านค่อย ๆ ดึงมือเขาออก แต่เขากลับคว้ามือนางไว้แน่นกว่าเดิม
“เจ้าอยู่บ้านดี ๆ ช่วยชุนซิ่วทำงาน เดี๋ยวข้าก็กลับแล้ว จะซื้อของอร่อยมาให้พวกเจ้า”
เฉินชิงเหวินส่ายหน้าแรง ๆ “ข้าไม่กิน ฮูหยินกิน! ฮูหยินอย่าไป!”
หลินหว่านหว่านเองก็ไม่รู้ว่าความอ่อนโยนที่เอ่อล้นอยู่ในใจตอนนี้เป็นของเจ้าของร่างเดิม หรือเป็นเพราะนางใจอ่อนกับใบหน้าหล่อเหลาโดยไม่รู้ตัวกันแน่
“ชิงเหวินเด็กดี รออยู่บ้านนะ ข้าไม่ไปไหนหรอก!”
จ้าวซื่อเข้ามาปลอบอยู่นาน เฉินชิงเหวินถึงยอมปล่อยมืออย่างอาลัยอาวรณ์ แล้วมองส่งหลินหว่านหว่านจากไป
เมื่อก่อนเฉินชิงเหวินสอนหนังสืออยู่ในเมือง เจ้าของร่างเดิมมักไปเยี่ยมเขาอยู่บ่อย ๆ หลินหว่านหว่านเดินตามเส้นทางในความทรงจำเกือบหนึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงตัวเมือง
นางเหนื่อยแทบขาดใจ
ที่สำคัญคือหิว หิวจนทรมาน
เพื่อให้ทนไปถึงตัวเมืองได้ ก่อนออกจากบ้านนางยังอุตส่าห์ดื่มโจ๊กผักป่าที่จ้าวซื่อนำมาให้จนหมดชาม ทั้งที่ใสจนแทบมองเห็นก้นชาม
เดิมทีคิดจะเด็ดผลไม้ป่าระหว่างทางสักสองสามลูกประทังหิว แต่ตลอดทางกลับแทบไม่เห็นแม้แต่ต้นหญ้าสักต้น
ระบบให้เนื้อมาเป็นรางวัลก็จริง แต่เป็นเนื้อดิบ
กว่าจะฝ่ามาถึงตัวเมืองได้ หลินหว่านหว่านก็ตรงดิ่งไปร้านบะหมี่ที่ใกล้ที่สุดเป็นอย่างแรก
พอกินบะหมี่เปล่าหมดชาม หลินหว่านหว่านถึงรู้สึกเหมือนได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
จริง ๆ แล้วนางอยากกินบะหมี่เนื้อแกะมาก แต่ร่างนี้อดอยากมานาน หากกินของมันจัดเข้าไป เกรงว่าจะได้ขายหน้าเอา
หลังจ่ายเงิน หลินหว่านหว่านก็เริ่มตระเวนซื้อของ นางหยิบเศษเงิน 2 ตำลึงจากมิติออกมาก่อน แล้วหาร้านแลกเงินเปลี่ยนเป็นเงินเหวิน 2,000 เหรียญ พอออกจากร้านก็ซื้อถังหูลู่มาไม้หนึ่ง กินไปเดินเล่นไปพลางคุยกับระบบไปพลาง
“นี่ เจ้าระบบเอ๋ย มิตินี้นอกจากเก็บของรางวัลจากระบบได้แล้ว ยังเก็บของที่ฉันซื้อได้ด้วยหรือเปล่า?”
【ได้ แต่ต้องจ่ายค่าเก็บรักษา】
หลินหว่านหว่านปวดใจ เมื่อครู่แค่บะหมี่เปล่าชามเดียวก็เสียไป 10 เหรียญแล้ว ของในเมืองนี้แพงอยู่เหมือนกันนะ
“เจ้าระบบ ต่อราคาได้ไหม?”
【ค่าเก็บรักษาวันละ 1 เหรียญ ยังจะมาต่อราคากับข้าอีกหรือ?】
【มิติของพวกเราเป็นมิติสำหรับเก็บของอย่างแท้จริง! สิ่งมีชีวิตเข้าไปแล้วไม่ต้องกิน ไม่ต้องดื่ม ไม่ต้องขับถ่าย ก็อยู่ได้ถึงหมื่นปี ข้าวกับกับข้าวร้อน ๆ ต่อให้วางไว้ข้างในหลายร้อยปีก็ไม่เย็นชืดหรือเน่าเสีย มิติดีขนาดนี้ คิดค่าเก็บรักษาวันละ 1 เหรียญ ยังจะมาต่อราคาอีกหรือ?】
หลินหว่านหว่านเริ่มพูดไม่เต็มปาก “ก็คนจนมักขี้เหนียวนี่นา!”
อีกอย่าง เมื่อกี้เจ้าก็ไม่ได้บอกว่าวันละแค่ 1 เหรียญนี่
【ในมิติของเจ้าตอนนี้มีเงิน 92 ตำลึง แถมยังมีกำไลทองวงใหญ่ อีกทั้งบนตัวยังมีเครื่องประดับอีกสองชิ้น ในเมืองนี้สุ่มหยิบใครสักคนออกมา ก็ไม่มีใครรวยเท่าเจ้าแล้ว!】
เอาเถอะ เจ้าพูดอะไรก็อย่างนั้นแหละ คนดีไม่เถียงกับระบบ
ชีวิตความเป็นอยู่ในเมืองดีกว่าในหมู่บ้านอย่างเห็นได้ชัด อย่างน้อยที่นี่ก็ยังมีน้ำสะอาดให้ดื่ม
หลินหว่านหว่านเห็นรถขายน้ำอยู่ริมถนน จึงเดินเข้าไปถาม “น้ำหนึ่งถังราคาเท่าไร?”
ชายชราขายน้ำชี้ไปยังถังไม้ใบเล็กข้าง ๆ ซึ่งดูจุได้แค่สามถึงสี่ลิตร “ถังละ 50 เหรียญ”
“ถ้าข้าซื้อน้ำถังใหญ่บนรถของท่านทั้งหมด ต้องจ่ายเท่าไร?”
“ถังใหญ่ 10 ตำลึง ถ้าเจ้าซื้อทั้งหมด ข้าจะไปส่งถึงบ้าน แล้วช่วยเทใส่โอ่งให้ด้วย!”
ดีเลย!
“บ้านข้าอยู่หมู่บ้านซิ่งฮวา ท่านไปส่งให้ด้วยหรือ?”
ชายชรามองหลินหว่านหว่านอย่างประหลาดใจ เมื่อเห็นว่านางซูบซีดและสวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนคนมีเงิน
แต่ถ้าจะบอกว่านางยากจน ในมือก็ยังถือถังหูลู่ที่กินไปแล้วครึ่งไม้
ชายชราจึงเดาไม่ออกว่านางเป็นใครมาจากไหน
“ขอแค่เจ้ามีเงินจ่าย ข้าก็ไปส่งให้!”
“ได้!”
หลินหว่านหว่านยิ้ม “งั้นข้าซื้อน้ำบนรถของท่านทั้งหมด ท่านรออยู่ตรงนี้ อย่าเพิ่งไปไหน ข้าจะไปซื้อส้มสักสองสามลูก”
“เอ๊ะ ๆ เดี๋ยวก่อน!”
ชายชรารีบขวางนางไว้ “แม่หนู เจ้าอยากซื้อน้ำของข้าก็ได้ จะให้ข้าไปส่งหมู่บ้านซิ่งฮวาก็ได้ แต่ต้องจ่ายเงินมัดจำก่อนสิ! ถ้าเดี๋ยวเจ้าเดินหนีไปแล้วไม่กลับมา ข้าจะไปทวงเงินจากใคร?”
หลินหว่านหว่านหยิบเงิน 50 เหรียญให้ชายชรา
“นี่เป็นเงินมัดจำกับค่าเสียเวลา เดี๋ยวข้าจะนั่งรถน้ำของท่านกลับหมู่บ้านซิ่งฮวา ท่านต้องพาข้ากับของที่ซื้อกลับไปด้วย”
หลินหว่านหว่านไม่ได้ให้เงินมากเกินไป เพราะกลัวชายชราหนีไปเสียก่อน แต่แค่นี้ชายชราก็พอใจแล้ว อย่างไรน้ำก็ไม่เน่าเสีย วันนี้ขายไม่หมด พรุ่งนี้ก็ยังขายได้เหมือนเดิม
ชายชราถึงค่อยยิ้มออกมาอีกครั้ง “ได้ งั้นข้าจะรอเจ้า รีบหน่อยล่ะ! ก่อนฟ้ามืดข้ายังต้องกลับบ้านอีกนะ!”
น้ำคือบ่อเกิดของชีวิต มีแต่คนที่ขาดน้ำเท่านั้นถึงจะรู้ว่าน้ำสะอาดเต็มรถมีค่าขนาดไหน
ก่อนหน้านี้ น้ำหนึ่งชามที่ชุนซิ่วให้มา ก็เป็นน้ำที่ดีที่สุดเท่าที่หาได้ในบ้านแล้ว
น้ำขุ่นปนโคลนแบบนั้นนางดื่มไม่ลงหรอก!
ตอนนี้มีเงินแล้ว ก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีหน่อย
หลินหว่านหว่านหันไปเข้าร้านผ้าอีกครั้ง เสื้อผ้าดี ๆ ที่เฉินชิงเหวินเคยซื้อให้คนในบ้านถูกแย่งไปหมดแล้ว นางจึงต้องซื้อชุดใหม่
พนักงานร้านผ้าไม่ได้เลือกปฏิบัติเพราะเห็นหลินหว่านหว่านแต่งตัวมอมแมม ยังคงต้อนรับอย่างกระตือรือร้น
“เชิญด้านในขอรับ คุณลูกค้าจะซื้อผ้าหรือซื้อเสื้อผ้าสำเร็จรูป?”
ร้านผ้าแห่งนี้ใหญ่มาก แบ่งพื้นที่ซ้ายขวาไว้ขายผ้ากับเสื้อผ้าสำเร็จรูป
หลินหว่านหว่านเหลือบไปเห็นกระโปรงหรูฉวินปักลายชุดหนึ่งในส่วนขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปทันที น่าเสียดายที่แบบสะดุดตาเช่นนี้ ต่อให้ซื้อกลับไปก็ใส่ไม่ได้
“สวัสดี ข้าอยากซื้อเสื้อผ้าสำเร็จรูปสักสองสามชุด...”
หลินหว่านหว่านกะขนาดตัวของเด็ก ๆ กับเฉินชิงเหวินด้วยมือ “ข้าไม่ต้องการเสื้อผ้าดี ๆ เอาแค่ชุดที่ถูกที่สุดของร้านก็พอ”
“เช่นนั้นเชิญดูทางนี้ขอรับ ทางนี้เป็นแบบเก่าของร้านเราเมื่อหลายปีก่อน ตอนนี้ลดราคาอยู่ ถูกมาก ถึงจะเป็นแบบเก่า แต่ทั้งเนื้อผ้าและการตัดเย็บรับรองได้ ร้านเราเปิดมาหลายสิบปี ซื่อตรงกับลูกค้าทุกคนขอรับ”
หลินหว่านหว่านดูออกว่าเสื้อผ้าเหล่านี้แค่เก็บไว้นานจนสีไม่สดเท่าเดิม แต่การตัดเย็บและคุณภาพยังดีมาก
นางเลือกชุดใหม่ให้ตัวเองกับคนในครอบครัวคนละชุด ไม่ได้ซื้อให้ผู้เฒ่าทั้งสอง
เสื้อผ้าของนางกับเด็ก ๆ ไม่มีแม้แต่ผ้าสำหรับปะชุน ส่วนเสื้อผ้าของผู้เฒ่าทั้งสองยังไม่ขาด แถมยังเป็นผ้าเนื้อดีที่เฉินชิงเหวินเคยซื้อให้เสียด้วย
“ข้ายังอยากซื้อผ้าฝ้ายเนื้อหยาบกับผ้าฝ้ายเนื้อละเอียดด้วย”
ร้านเสื้อผ้าสำเร็จรูปไม่มีชุดชั้นในกับกางเกงชั้นใน ของพวกนี้ต้องซื้อผ้ามาตัดเย็บเอง
ผ้าฝ้ายเนื้อหยาบเอาไว้ทำเสื้อผ้าชั้นนอก ส่วนผ้าฝ้ายเนื้อละเอียดเอาไว้ทำเสื้อผ้าชั้นในกับถุงเท้า
หลินหว่านหว่านเย็บปักถักร้อยไม่เป็น จึงต้องให้จ้าวซื่อช่วยตัดเย็บ หากอีกฝ่ายอยากแอบเก็บผ้าไว้สักพับแล้วทำชุดใหม่ให้ตัวเอง หลินหว่านหว่านก็จะถือเสียว่าเป็นค่าแรง
หลินหว่านหว่านเปลี่ยนไปใส่ชุดใหม่ในห้องลองเสื้อทันที จากนั้นซื้อผ้าหยาบกับผ้าละเอียดอย่างละ 10 พับ รวมกับค่าเสื้อผ้าแล้วเป็นเงินทั้งสิ้น 18 ตำลึง
หลินหว่านหว่านปวดใจอยู่บ้าง เงินก้อนเดียวก็หายไปหนึ่งในสี่ของทรัพย์สินแล้ว
แต่ของพวกนี้ก็ยังถูกกว่าน้ำมาก
หลินหว่านหว่านชี้ไปยังตะกร้าใบใหญ่ตรงมุมห้อง “พี่ชาย ข้าซื้อของตั้งมากมาย ตะกร้าใบนั้นให้ข้าได้ไหม?”
“ไม่มีปัญหาขอรับ!”
พนักงานหนุ่มช่วยหลินหว่านหว่านจัดของใส่ตะกร้า “คุณลูกค้าพักอยู่ที่ไหนขอรับ? ถ้าอยู่ในเมือง ทางร้านส่งถึงบ้านให้ฟรีได้”
“ข้าไม่ได้อยู่ในเมือง รบกวนช่วยเอาไปส่งที่รถน้ำตรงปากถนนที บอกว่าเป็นของที่แม่หนูจากหมู่บ้านซิ่งฮวาซื้อไว้”
หลินหว่านหว่านยังใช้เสื้อผ้าเก่าที่ถอดออกมาคลุมตะกร้าไว้เป็นพิเศษ จะได้ไม่เผยพิรุธตอนลงมือในอีกเดี๋ยว
ก่อนกลับ นางก็ยังอดเดินไปหยุดหน้ากระโปรงหรูฉวินตัวนั้น แล้วมองมันอยู่นานไม่ได้
“กระโปรงตัวนี้ราคาเท่าไร?”
พนักงานหนุ่มรู้อยู่แก่ใจว่าหลินหว่านหว่านซื้อไม่ไหว แต่ก็ยังตอบว่า “ผ้าตัวนี้เป็นผ้าแพรเมฆาสีรุ้งอันล้ำค่า ทั้งยังเชิญช่างปักฝีมือดีที่สุดมาใช้ไหมทองกับไหมเงินปักลาย กระโปรงตัวหนึ่งราคา 400 ตำลึงขอรับ”
หลินหว่านหว่านสูดปาก “กระโปรงแพงขนาดนี้ ใครจะซื้อไหวกัน?”
“พรืด...”
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังมาจากด้านหลัง
“คนบ้านนอกก็คือคนบ้านนอก เงิน 400 ตำลึงยังเรียกว่าแพงอีกหรือ? ดูก็รู้ว่าไม่เคยเห็นของดี!”
【ติ๊งต่อง! ยินดีกับเจ้าของระบบที่ได้รับเงิน 400 ตำลึง】
เฮ้! เมื่อกี้ยังปวดใจที่เงินไหลออกเป็นสายน้ำอยู่เลย แต่หาเงิน...ดูเหมือนจะไม่ยากเหมือนกันนะ?
ยังไม่ทันได้เห็นชัด ๆ ว่าเงิน 400 ตำลึงหน้าตาเป็นอย่างไร มือใหญ่หยาบกร้านคู่หนึ่งก็ผลักหลินหว่านหว่านอย่างแรง
หลินหว่านหว่านไม่คิดว่าจะมีคนลงมือ พอถูกผลักก็เซถลาไปข้างหน้า ดูท่าจะล้มเสียแล้ว...
