หลินหว่านหว่านมองเปลวไฟสีแดงฉานในเตา ไม่ได้ตอบคำถามของจ้าวซื่อตรง ๆ
“ท่านแม่ ช่วงสองสามวันนี้พวกเรามีหน้าที่กินให้อิ่ม นอนให้พอ พอร่างกายแข็งแรงแล้วถึงจะมีแรงเดินทาง”
เมื่อเห็นหลินหว่านหว่านไม่อยากพูด จ้าวซื่อก็ไม่ซักไซ้ต่อ
วันนี้หลินหว่านหว่านกลับมาเร็ว มื้อเย็นจึงกินกันเร็วด้วยเช่นกัน พอปิ้งแผ่นแป้งแผ่นสุดท้ายเสร็จ ดวงอาทิตย์ก็เพิ่งลับขอบฟ้า
“เอาละ ทุกคนรีบล้างหน้าล้างตาแล้วเข้านอนเถอะ”
ก่อนเข้านอน หลินหว่านหว่านไปที่ห้องของเด็ก ๆ ตามปกติ เล่านิทานก่อนนอนให้พวกนางฟัง แล้วถือโอกาสกระซิบกำชับชุนซิ่วกับเซียงซิ่วสองสามคำ
ดึกสงัด จันทร์ลับ ดาวริบหรี่
ห้องของสองสามีภรรยาสูงวัยมีเสียงกรนอย่างเป็นสุขดังขึ้นนานแล้ว ส่วนหลินหว่านหว่านนอนทั้งชุดอยู่บนเตียง
เมื่อได้ยินเสียงนกกาเหว่าร้องสองครั้งจากนอกกำแพงเรือน หลินหว่านหว่านก็ลืมตาพรึ่บ ดวงตาแจ่มใสไร้แววง่วงงุน
นางค่อย ๆ ลงจากเตียง หันกลับไปมองเฉินชิงเหวินที่กำลังหลับสนิท ครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วใช้ผ้าห่มห่อตัวเขาไว้ ป้องกันไม่ให้เขาหนาวหรือสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางคันจนส่งเสียงดัง
จากนั้นนางก็ลอบเข้าไปในห้องของเด็ก ๆ อย่างแมวป่าที่เคลื่อนไหวเงียบเชียบในราตรี
“ชุนซิ่ว เซียงซิ่ว?” นางลดเสียงลง เรียกเบา ๆ แทบไร้สุ้มเสียง
“ท่านแม่...” ลูกสาวคนโตทั้งสองตอบรับทันที พวกนางกดเสียงต่ำไม่แพ้กัน ทั้งตื่นเต้นทั้งประหม่า “พวกเราแต่งตัวเสร็จแล้ว เสื้อผ้าของเยว่เอ๋อร์กับอวี้เอ๋อร์ก็ใส่ให้เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ!”
“ดี พาน้อง ๆ ออกมากับข้า”
หลินหว่านหว่านย่องเข้าไปในห้องของสองสามีภรรยาสูงวัยอีกครั้ง การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของนางทำให้จ้าวซื่อกับเฉินเหล่าฮั่นตกใจสะดุ้ง
