หลินหว่านหว่านคิดคำแก้ตัวไว้ตั้งนานแล้ว “ข้ามีช่องทางของข้าเอง พวกท่านแค่ขนสินค้าไปไว้ในรถม้าของข้าก็พอ คนของข้าจะมารับช่วงต่อเอง”
พูดแล้วนางยังชี้ไปทางชายที่นำทางมา “รถม้าของข้าจอดอยู่ที่ไหน พี่ชายท่านนี้รู้ดี”
นางวางสีหน้าสงบนิ่ง จงใจพูดคลุมเครือเพื่อสร้างภาพว่ามีผู้มีอำนาจคอยหนุนหลัง
ผู้ดูแลถูกหลอกเข้าให้จริง ๆ จึงไม่ถามต่อ รีบหยิบลูกคิดมาคำนวณบัญชี แล้วเรียกคนมาชั่งและขนสินค้า
ชายผู้นำทางพาทุกคนขนของไปที่รถม้า ส่วนหลินหว่านหว่านเดินตามผู้ดูแล อ้อมไปยังตลาดด้านนอกจากอีกเส้นทางหนึ่ง ก่อนจะวกกลับมายังตรอกเดิม
ตรงรถม้ามีคนกำลังขนของขึ้นอยู่แล้ว พอเห็นผู้ดูแลกับหลินหว่านหว่านก็แค่พยักหน้า ไม่กล้าส่งเสียง
ตอนเดินวนไปวนมากับชายคนนั้น หลินหว่านหว่านก็รู้สึกอยู่แล้วว่าทั้งสองกำลังเดินวนเป็นวงกลม
ตอนนี้พอเห็นผู้ดูแลจัดการงาน หลินหว่านหว่านก็ยิ่งมั่นใจว่าตลาดมืดอยู่ไม่ไกลจากที่จอดรถม้าแน่ ไม่อย่างนั้นผู้ดูแลคงไม่ปล่อยให้ขนของกันแบบนี้
ถึงอย่างไร ทางการก็ตรวจเข้มงวดนี่นา!
ระหว่างที่คนขนของเดินขวักไขว่ หลินหว่านหว่านอาศัยรถม้าบังสายตา ลอบเก็บเกลือเถื่อนทีละถุงเข้าไปในมิติอย่างรวดเร็ว
ทุกอย่างราบรื่นดี ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม เกลือเถื่อนสิบสือ หรือเท่ากับ 1,200 จิน ก็เข้าไปนอนนิ่งอยู่ในมิติอย่างปลอดภัย
【ฉันถามหน่อย ซื้อเกลือมากมายขนาดนั้นไปทำไม? สิบสือก็ 1,200 จินแล้ว นี่คิดจะเอาไปหมักเนื้อให้ทั้งบ้านกินหรือไง!】
“เกลือเป็นของดี ต่อไปอาจมีประโยชน์มากก็ได้”
หลังจ่ายเงินส่วนที่เหลือและทำการซื้อขายเสร็จ หลินหว่านหว่านก็ขึ้นรถม้าเตรียมจากไป
