“ปุ”
หมั่นโถวในมือจ้าวซื่อตกลงบนโต๊ะ
นางรีบเก็บขึ้นมา แสร้งทำเป็นสงบนิ่งแล้วพูดว่า “เสื้อผ้า...ข้ายังทำไม่ทัน”
“อ้อ...” หลินหว่านหว่านยกมุมปาก “ถ้าอย่างนั้นท่านแม่ก็คืนผ้าให้ข้าเถอะ บ้านที่ข้ารับจ้างทำงานมีป้าคนหนึ่งฝีมือดีมาก นางบอกว่าจะช่วยตัดเสื้อให้ข้าฟรี ขอแค่พรุ่งนี้ข้าช่วยทำอาหารให้นางมื้อหนึ่งก็พอ”
“จะยุ่งยากขนาดนั้นไปทำไม...”
จ้าวซื่อหัวเราะแห้ง ๆ “ถ้าแม่มีเวลาว่างก็จะทำให้”
“สองวันนี้ท่านแม่ก็ว่างไม่ใช่หรือ?” ตะเกียบในมือหลินหว่านหว่านกวาดเป็นวงกลางอากาศ “ช่วงนี้ไม่ต้องออกไปเก็บของป่ากัน พวกท่านก็อยู่บ้านได้
งานทั้งในบ้านและนอกบ้านก็เป็นเด็ก ๆ ทำกันหมด นอกจากวันนี้ท่านแม่จะช่วยพี่สะใภ้รองเลี้ยงลูกแล้ว ยังทำอะไรอีก?
ว่างขนาดนี้ยังไม่มีเวลาทำเสื้อผ้าให้ข้า ข้าก็คงหวังพึ่งไม่ได้แล้ว คืนผ้าให้ข้าเถอะ พรุ่งนี้ข้าจะไปหาคนอื่นทำให้”
เยวี่ยซิ่วกัดหมั่นโถวคำเล็ก ๆ มองคนนี้ทีคนนั้นที ดวงตากลอกไปมาสองสามรอบ ก่อนใช้ศอกสะกิดเฉินชิงเหวินเบา ๆ แล้วกระซิบว่า “ท่านพ่ออยู่เป็นเพื่อนท่านย่าบ่อยที่สุดในสองวันนี้ ท่านพ่อรู้ว่าท่านย่ายุ่งมาก ใช่ไหมเจ้าคะ?”
เฉินชิงเหวินพยักหน้าแรง ๆ แล้วตอบเสียงดัง “อื้ม! ท่านแม่ยุ่ง! ทำเสื้อผ้าให้เสี่ยวเป่า ให้ต้าหนิว ให้เอ้อร์หนิว”
สีหน้าของหลินหว่านหว่านเย็นชาลง นางตบตะเกียบลงบนโต๊ะดัง “เพียะ”
เงียบ
เงียบสนิทประหนึ่งไร้ชีวิต
ในห้องไม่มีเสียงแม้แต่น้อย กระทั่งเสียงเคี้ยวก็หยุดลง
เฉินเหล่าฮั่นเพิ่งกัดหมั่นโถวไปคำเดียว กระอักกระอ่วนจนไม่รู้ว่าควรกลืนหรือคายออกมา
จ้าวซื่อฝืนใจ พยายามวางท่าคนเป็นแม่สามี นางขมวดคิ้วแล้วกล่าวเสียงเข้มว่า “ทำอะไร? ต่อหน้าพ่อแม่เจ้า ยังคิดจะก่อกบฏหรือ?”
