หลินหว่านหว่านขมวดคิ้ว ฟังจากเสียงแล้วเป็นเฉินชิงอวิ๋น ลูกชายคนรอง
เมื่อครู่ตอนจัดการเสี่ยวเป่า นางก็เดาไว้แล้วว่าสองสามีภรรยาคู่นี้คงไม่ยอมเลิกราง่าย ๆ เพียงแต่ไม่คิดเลยว่าจะกล้ามาหาเรื่องถึงที่อย่างหน้าด้านหน้าทนเช่นนี้
สายตาของหลินหว่านหว่านกวาดผ่านเฉินเหล่าฮั่นกับจ้าวซื่อ ทั้งคู่ต่างก้มหน้าทำตัวลีบ
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่อยากยุ่งกับเรื่องนี้
หลินหว่านหว่านยกมุมปากเยาะหยัน ก่อนโน้มตัวลงกระซิบบอกชุนซิ่วกับเซียงซิ่วสองสามคำ
เฉินชิงเหวินเองก็ขยับเข้ามาเงี่ยหูฟัง ทว่ากลับฟังไม่รู้เรื่องนัก
หลินหว่านหว่านอุ้มเยวี่ยซิ่วยัดใส่อ้อมแขนเฉินชิงเหวิน “ชิงเหวิน ดูแลเด็ก ๆ ให้ดี อย่าให้ใครมาทำร้ายพวกนางได้”
เฉินชิงเหวินพยักหน้าแรง ๆ “อื้ม! ชิงเหวิน กล้าหาญ!”
เฉินชิงอวิ๋นยังคงทุบประตูจากด้านนอกจนดังสนั่น ปากก็ด่าทอหยาบคายไม่หยุด แต่หลินหว่านหว่านกลับนั่งนิ่งอยู่หน้าโต๊ะอาหารอย่างใจเย็น ถึงกับคร้านจะเหลือบตามองด้วยซ้ำ
กำแพงลานบ้านของนางเป็นเฉินชิงเหวินที่ตั้งใจต่อเติมให้สูงและแข็งแรงขึ้นหลังสอบได้ซิ่วไฉ สูงถึงหนึ่งจ้างเต็ม ๆ
ส่วนประตูรั้วก็ทำจากไม้เบิร์ชเหล็กชั้นดี หนาหนักและทนทาน
เรี่ยวแรงแค่นั้นของเฉินชิงอวิ๋น ต่อให้ทุบอยู่ครึ่งวันก็คงทำได้แค่เกาประตูให้คันเท่านั้น
หลินหว่านหว่านหัวเราะเย็นชาในใจ ไม่รู้ว่าเฉินชิงอวิ๋นโง่จริงหรือแกล้งฉลาดกันแน่
เพิ่งแยกบ้านกันได้สามวันก็รีบร้อนมาทุบประตูหาเรื่อง นี่กลัวคนในหมู่บ้านจะลืมหรืออย่างไรว่าพวกพี่น้องบีบคั้นคนแก่ คนอ่อนแอ และคนพิการให้แยกบ้านกันอย่างไร แล้วตอนนี้ยังคงรังแกกันต่ออย่างไร? ดีเสียอีก จะได้ให้เพื่อนบ้านทั้งซ้ายขวาเห็นธาตุแท้ของบ้านรองชัด ๆ
