เฉินเหล่าฮั่นตกตะลึง “หว่านหว่าน เจ้าจะไล่พ่อแม่ออกไปหรือ?”
หลินหว่านหว่านตอบอย่างสงบนิ่ง “ท่านเป็นพ่อแม่ของชิงเหวิน เลี้ยงดูเขาจนเติบใหญ่ ต่อให้เห็นแก่ชิงเหวิน ข้าก็ไม่มีทางไล่พวกท่านออกไป แต่จะใช้ชีวิตแบบนี้ต่อไปไม่ได้!
จะให้ข้าออกไปทำงานแต่เช้ากลับค่ำทุกวัน ส่วนท่านกลับเปิดประตูบ้านข้าอ้าซ่า ปล่อยให้ใครต่อใครมาเอาของไปตามใจชอบได้อย่างไร!
ข้าหาเงินก็เพื่อเลี้ยงสามีกับลูกสาว ไม่ใช่หาเงินมาเลี้ยงลูกชายคนอื่นฟรี ๆ!”
เฉินเหล่าฮั่นกล่าวอย่างขมขื่น “หว่านหว่าน พ่อรู้ว่าเจ้าโมโห แต่ถ้าพ่อกับแม่ไม่อยู่กับเจ้า แล้วใครจะช่วยดูแลเด็ก ๆ?”
“ท่านพ่อพูดแบบนี้แล้วไม่รู้สึกละอายใจบ้างหรือเจ้าคะ?” หลินหว่านหว่านหัวเราะด้วยความโมโห
“ท่านบอกว่าอยู่ช่วยข้าทำมาหากิน แต่ทุกเช้าก็เป็นชุนซิ่วที่ลุกขึ้นมาทำอาหาร พอตกเย็นข้ากลับมา คนที่วุ่นอยู่ในครัวก็มีแต่ชุนซิ่วกับเซียงซิ่ว
แม้แต่เยวี่ยซิ่วที่เพิ่งสี่ขวบยังทำงานได้แล้ว หลายปีมานี้ครอบครัวเราใช้ชีวิตกันแบบไหน ท่านมองไม่เห็นเลยหรือ?
ตอนนี้ก็แค่ชิงเหวินสติไม่ค่อยดี แต่เขาก็ไม่ได้ไม่รู้เรื่องไปเสียทั้งหมด ข้าให้ชุนซิ่วคอยดูชิงเหวิน ส่วนเซียงซิ่วดูแลน้อง ๆ แค่นี้ก็ใช้ชีวิตต่อไปได้แล้ว!”
เฉินเหล่าฮั่นถูกโต้จนพูดไม่ออก เงียบไปนานกว่าจะฝืนเอ่ยว่า “หว่านหว่าน เชื่อพ่อสักครั้งนะ คืนนี้พ่อจะพูดกับแม่ของเจ้าให้ดี”
หลินหว่านหว่านไม่ตอบ นับว่าอนุญาตแล้ว
นางหันหลังออกไปทำอาหารกับลูกสาวทั้งหลาย เฉินชิงเหวินเดินตามหลังหลินหว่านหว่านติด ๆ
เด็กหญิงทั้งสี่เฝ้าอยู่ข้างหม้อ ในหม้อมีเพียงข้าวหัก ไม่เห็นไข่สักฟอง
หลินหว่านหว่านหน้าขรึม ล้วงไข่ห่านสองฟองกับไข่ไก่อีกหลายฟองออกมาจากห่อผ้า
ชุนซิ่วรีบรับไข่ห่านไป ตอกแล้วคนจนเป็นไข่ฝอยอย่างคล่องแคล่ว ส่วนเซียงซิ่วเอาไข่ไก่ไปล้างให้สะอาด ก่อนวางไว้บนเตาข้าง ๆ ต้มช้า ๆ
